หากมีวันหยุดเพียงไม่กี่วัน อีกหนึ่งจุดหมายท่องเที่ยวที่สามารถไปเที่ยวได้สบายๆยอดนิยมกันตอนนี้ก็คือ มาเก๊า (Macau) เกาะเล็กทางตอนใต้ของจีนนั่นเอง ซึ่งหากต้องการบินตรงลงสู่เกาะมาเก๊าเลย ก็มีสายการบิน Air Asia ที่ออกเดินทางตอนเที่ยงกว่าๆ ถึงมาเก๊าตอนช่วงบ่ายๆ เป็นสายการบินที่มีเวลาเดินทางไปกลับดีที่สุด ณ เวลานี้  โรงแรม  THE VENETIAN แห่งที่ 2 ซึ่งแห่งแรกเปิดอยู่ที่ LAS VEGAS, USA ซึ่งแห่งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งใหญ่กว่าแห่งแรกซะอีก ด้วยทุนสร้างมหาศาลกว่า 2.4 พันล้านเหรียญสหรํฐเลยทีเดียว ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา  จากสนามบินมาเก๊า ก็สามารถเลือกนั่งรถไม่ว่าจะเป็นลีมูซีนของโรงแรม รถแท็กซี่ รถตู้ ได้ตามสะดวก ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงโรงแรม THE VENETIAN ที่มีทางเข้า Check In อยู่หลายแห่ง  โซนเช็คอิน VIP ของ THE VENETIAN ให้ความสะดวกสบาย เป็นส่วนตัวกว่าด้าน MAIN LOBBY LLOBBY ของ PAIZA ZONE ก็จะให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมพนักงานต้อนรับ CHECK IN และส่งกระเป๋าสัมภาระของท่านขึ้นถึงห้องพักในเวลาอันรวดเร็ว  ระหว่างรอการ CHECK IN ก็จะได้รับน้ำเปล่าขวดสวยจาก THE VENETIAN ให้ฟรีเลยครับ  เมื่อรับการ์ดห้องพักแล้ว ก็เข้าห้องพักได้ทันที เดินกันจนเมื่อยเลยทีเดียว เพราะมีห้องพักจำนวนมากมายเลยทีเดียว  บรรยากาศสุดหรูในสไตล์ VENETIAN ในห้อง SUITE กว้างขวาง ให้คุณได้รับความสบายขณะพักผ่อน  แบ่งโซนเป็นโซน Living มีโซฟา โต๊ะทำงาน พร้อมบริการ FREE INTERNET และ TV พร้อมตู้เย็น MINIBAR  ภาพประดับในห้องให้ความรู้สึกเข้าถึงเมือง VENICE  ประเทศอิตาลี ที่เป็นที่มาของธีมของโรงแรมแห่งนี้  เตียงนอน หมอน ผ้าห่ม ที่เลือกใช้วัสดุอย่างดี แอร์เย็นฉ่ำ  LCD TV ทุกๆอย่างล้วนมอบความสุขให้กับผู้เข้าพัก   ห้องเดียวก็มี TV ให้ถึง 2 จุดเลยทีเดียว คือ หน้าเตียง และหน้าโซฟา       ห้องน้ำขนาดใหญ่ ให้ทุกอย่างที่คุณต้องการใช้ในห้องน้ำเลยทีเดียว  ณ THE VENETIAN ใครๆก็สามารถสนุกกับการช้อปปิ้งได้ตลอดวัน เพราะร้านค้าในนี้เปิดร้านกันตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 23.00 น. ในวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี และสำหรับวันศุกร์, เสาร์ และวันหยุดเทศการก็จะเปิด 10 โมงเช้าถึงเที่ยงคืนเลยทีเดียว  แบ่งเป็นโซนเรียกชื่อกันต่างๆกันไป เพื่อความสะดวกในการเดินช้อปปิ้งแบบมาราธอน เพราะพื้นที่ช้อปปิ้งกว้างมากถึง 968,000 ตารางฟุต  คุณอาจจะเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง หรือเดินเล่นจนลืมเวลาไปเลย เพราะภายในตกแต่งด้วยบรรยากาศท้องฟ้าที่จำลองให้ลืมเวลาจริงไปเสียสนิท  หากคุณเคยไปพักหรือไปเที่ยวที่ THE VENTIAN แห่งแรกของ USA แล้ว ก็อย่าเพิ่งเบื่อที่จะมาเยือนที่มาเก๊าแห่งนี้ เพราะแห่งนี้มีขนาดพื้นที่กว้างขวางกว่าแห่งเดิมถึง 2 เท่าเลยทีเดียว  ด้วยจำนวนร้านค้ามากมายถึง 350 ร้าน ที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามคลองเวนิชจำลอง ทำให้คุณสนุกมากๆกว่าเดินห้างสรรพสินค้าตามเมืองใหญ่ทั่วไปแน่นอน  หากใครเคยไปเที่ยวเมือง VENICE ก็คงยอมรับว่า THE VENETIAN ยอดเยี่ยมมากๆที่ยกเมือง VENICE มาไว้ที่เอเซียเรียบร้อยแล้วตอนนี้  แน่นอนคลอง VENICE ก็ต้องมีเรือแท็กซี่ที่ไม่เหมือนใครคือเรือ GONDOLA พร้อมนักพาย ที่จะขับกล่อมเพลงอิตาเลียน ด้วยเสียงอันไพเราะด้วยอย่างแน่นอน  เดินสนุกเพลิดเพลินได้ทั้งวันจริงๆ หากเบื่ออยากชิวๆก็แวะหาท่าเรือ เตรียมนั่งเรือชมโรงแรมได้เหมือนกัน  ค่านั่งเรือ GONDOLA คิดราคาค่าบริการคนละ 150 HK $ / คนครับ  ร้านค้าที่มีขายของที่ระลึกของ THE VENETIAN ไม่ควรพลาดแวะชม แวะซื้อของฝากกันได้ที่นี่นะครับ  ลิงหน้าแปลกเหล่านี้ เป็นตัวแทนนักพายเรือ GONDALA นั่นเอง

ดูเสื้อลายแถบสีขาว-ดำ มือถือพาย  แต่ที่พิเศษลองกดที่มือซ้ายของเจ้าลิงดูสิ จะได้ยินลิงร้องเสียงเพลงอิตาเลียนด้วยลูกคอแบบโอเปร่าด้วย ยิ่งไปกว่านั้นทั้งหัวและหน้าของลิง ก็ขยับตามเพลงซะด้วยครับ เห็นแล้วทึ่งกับท่าร้อง ใบหน้าของลิงเหล่านี้จริงๆ

 ตุ๊กตาลิงรุ่นนี้ เป็นแบบร้องเพลงไม่ได้ครับ ตั้งโชว์อย่างเดียวเท่านั้น  ที่เขี่ยบุหรี่เคลือบดินเผาเพ้นท์สีสดใส สวยงาม อีกหนึ่งในของที่ระลึกของ THE VENETIAN  ฝีพายเรือ GONDOLA หลายๆคนเป็นชาวยุโรป แต่หลายคนอาจไม่รู้เกี่ยวกับเรือก็คือ... เรือ GONDOLA ที่นี่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กด้วยนะครับ แถมมีไมโครโฟน ช่วยให้ผู้พายร้องเพลงได้สบายขึ้นเยอะเลย

และในโรงแรมแห่งนี้ก็มีคลองถึง 3 คลองให้ได้เลือกนั่งเรือ GONDOLA ครับ

 ในช่วงคริสต์มาส ถึงปีใหม่ ก็ประดับประดาไปด้วยต้นคริสต์มาสใหญ่สวยงามในระหว่าง HALL ทางเดินช้อปปิ้ง  THE GREAT HALL เป็นจุดศูนย์กลางของโรงแรมแห่งนี้ จะนัด จะแยกไปโซนไหน ก็สะดวกที่จะจำร้านค้าหลักๆจากจุดนี้ครับ นอกจากนี้ยังเป็นทางเชื่อมหลักของชั้นช้อปปิ้ง (ชั้นบน) ไปสู่ชั้น คาสิโน (ชั้นล่าง) ผ่านบันไดเลื่อนทั้งแบบตรง แบบโค้ง ของ HALL ใหญ่จุดนี้ครับ  เพดานสุดคลาสิค จำลองภาพวาดของศิลปินเอกจาก VENICE มาไว้ที่นี่ด้วย  บันไดเลื่อนที่เชื่อมโยง เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพมากที่สุดแห่งเลยทีเดียว  ร้านค้าแบรนด์ดังที่ตั้งอยู่รอบๆ THE GREAT HALL ครับ  ร้านค้าใหญ่แนว DUTY FREE ของสนามบิน ซึ่งมีทุกอย่างไม่ว่า เสื้อผ้า น้ำหอม เครื่องหนัง ทุกอย่างที่นี่น่าซื้อกว่าที่สนามบินมาเก๊านะครับ มาแล้วอย่าพลาดซื้อของกัน เพราะหากจะไปซื้อเอาตอนสุดท้ายที่สนามบิน มาเก๊า ก็คงต้องพลาด เพราะแทบไม่มีอะไรให้เลือกซื้อครับ ผิดกับสนามบินฮ่องกงลิบลับเลยทีเดียว  THE ATRIUM ก็ยังมีมุมขาย เครื่องไฟฟ้า กล้อง คอมพิวเตอร์ APPLE โทรศัพท์มือถือ MP3 PLAYER หลากรุ่นด้วยครับ  ร้านค้าเสื้อผ้าหลากแนวมีให้เลือกซื้อมากมายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Local Brand อย่าง G2000, Bossini, Esprit, Energy, Zara, Levi's, Lucky Brand, Calvin Klien, DKNY, Mossimo Duti และอื่นๆอีกเพียบ  หากต้องการหาของฝาก ของทานเล่นก็อย่าลืมแวะมองหาร้านค้าแนวบรรจุห่อสวยงาม ผลิตภัณฑ์อร่อยๆหาทานได้ที่นี่ ก็เป็นร้านแนว Bekery, ชาจีนหลากชนิดเกรด A, หรือพวก Snack เป็นปลาหมึกปรุงรส และถั่ว เป็นของฝากที่ดีครับ  หากเดินแล้วหิวก็มี Food Court ที่มีร้านอาหารหลากหลายรสชาติให้เลือกทานกัน ไม่ต้องซื้อคูปอง หรือใช้การ์ดรูดแต่อย่างใด ใช้เงินสดซื้อได้ทันที เห็นคนเยอะๆแบบนี้ แต่จำนวนโต๊ะก็มีมากครับ ไม่ต้องห่วง เปิดเช้าปิดดึกๆเลยทีเดียว  หลายคนก็คงสะดุดกับแนวข้าวหมูแดง ไก่สับ สไตล์ฮ่องกง ก็แวะร้านนี้ได้เลย เห็นขายดีมาก ลูกค้ามาต่อคิวซื้อตลอด ยังไม่ทันค่ำก็ใกล้หมดซะแล้ว  ร้านนี้คิวยาวที่สุด รอนานที่สุดครับ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตกแต่งได้สะดุดตา มีผู้คนเดินผ่านไปมา มาแวะถ่ายรูปกับรูปอาหารจำลองขนาดใหญ่หน้าร้านครับ  เจ้านี่ก็น่าทาน ที่ทางร้านเค้าขายดีมากๆ มีคนรอต่อคิวซื้อเยอะจริงๆ ผมยืนรอกว่า 20 นาทีเพื่อรอชิมเจ้า Tako Yaki เมนูเลื่องชื่อของร้านนี้เค้า  CHEF ก็ค่อยๆทำ Tako Yaki ไม่เร่งเพราะต้องการให้กรอบนอก นุ่มใน ซึ่งแม้ผมจะรอต่อคิวนานกว่า 20 นาที แต่คุ้มค่ากับการรอคอย มันเป็น Tako Yaki ที่อร่อยที่สุดที่เคยทานมาเลยทีเดียว กรอบนอก ข้างในก็อร่อยมากๆของจริง  Okonomiyaki (พิซซ่าญี่ปุ่น) หรือ Yakisoba (หมี่ผัดสไตล์ญี่ปุ่น) ก็ทำออกมาได้น่าทาน แต่ขอแนะนำ Tako Yaki ละกันครับ  หรือทานง่ายๆ หน้าตาเรียบๆ แต่รสชาติอร่อยจริงๆ ก็จานนี้ครับ ข้าวผัดซีฟู้ดจากร้าน สิงคโปร์ ครับ  ภายในร้าน International News ซึ่งขายหนังสือ ขายผลิตภัณฑ์สบู่แชมพูสะผมคุณภาพดี ของ USA และ ของที่ระลึกของโรงแรม VENETIAN ก็ยังมีเครื่องดื่มดีดี แต่งร้านและที่นั่งสวยๆจาก ILLY COFFE ด้วยครับ  แต่งร้านได้สวยงามเลยทีเดียว  นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องดื่มแช่เย็นๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแปลกๆ รวมไปจนถึงเบียร์ ไวน์ หลากชนิดด้วยครับ  ใครกระเป๋าหนัก ก็เลือกช้อปร้านแบรนด์เนมก็ไม่ผิดกติกา  เดินช้อปปิ้งในบรรยากาศที่สวยงาม ก็สนุกไปอีกแบบ ไม่เหมือนเดินห้างสรรพสินค้าที่เดี๋ยวก็ต้องขึ้นบันไดเลื่อน ลงบันไดเลื่อนอีกแล้ว  แสงสีของท้องฟ้าก็เปลี่ยนไปด้วย เหมือนได้ไปเดินอยู่บนเกาะเมือง VENICE ที่อิตาลีจริงๆ  ชั้น CASINO ของ THE VENETIAN ตั้งอยู่ชั้นล่างสุดของโรงแรม หากช้อปปิ้งจนหมดแล้ว จะเดินไปเปลี่ยนบรรยากาศความสนุกก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว  เครื่องเล่นที่ง่ายสุดก็คงเป็น SLOT MACHINE ครับ  หากอยากเพิ่มระดับความตื่นเต้นขึ้นมาอีกหน่อยก็เล่นสู้กับเจ้ามือ บนโต๊ะเลยครับ งานนี้ดูข้างๆโต๊ะดีดี เพราะจะมีบอก LIMIT ของเงินที่รับแทง ด้วยนะครับ ขอแนะนำนิดนิงว่าพื้นที่ CASINO ของโรงแรมกว้างใหญ่มากๆ ถึงขนาดต้องสังเกตแสงไฟบนเพดานที่แบ่งโซนไปตามสีเช่น แดง สีเขียว สีฟ้า ซึ่งมีชื่อเพราะๆต่างกันไปครับ เช่น RED DRAGON, IMPERIAL HOUSE, PHOENIX, GOLDEN FISH จะได้เดินได้แบบไม่หลง  ร้านอาหาร ภัตตาคารก็เลือกเข้าได้เลย ไม่ว่าจะ FAST FOOD หรือ SLOW FOOD และข่าวดีสำหรับคอกาแฟ SATRBUCKS ก็มีอยู่ 1 ร้านบนชั้น CASINO ติดกับ RED DRAGON ZONE ครับ  เดินเล่น เดินจริงสำรวจโรงแรม THE VENETIAN นี่ต้องใช้เวลามากเลยทีเดียว ก็ต้องกลับมานอนชาร์ตพลังบนเตียงนุ่มสบายๆ ในห้องสูทดีกว่าครับ  ทางโรงแรมก็มีบอกพยากรณ์อากาศในเช้าวันต่อไปให้กับผู้เข้าพักด้วยนะครับ ช่วงปลายปีต้นปีแบบนี้ อากาศสบายมากที่สุด ท้องฟ้าสดใส อุณหภูมิอยู่ที่ 10 กว่าองศาเท่านั้นเอง  นั่งรถ LIMOUSINE ของโรงแรมเข้าสำรวจเมืองมาเก๊ากันสักหน่อยดีกว่า ยังมีอีกโรงแรมที่ไม่ควรพลาดเดินเล่น และที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดของมาเก๊าด้วยครับ  จากโรงแรม THE VENETIAN เดินทางด้วยรถยนต์มาถึงใจกลางเมืองมาเก๊า ก็ใช้เวลาเกือบ 20 นาที แต่ชอบมากๆที่การจราจรสบายมากๆ  โรงแรมชื่อดังอีกโรงแรมอย่าง MGM GRAND ก็มาเปิดตัวที่นี่เช่นกัน  เด่นสุดๆของโรงแรม MGM GRAND ก็ต้องนี่เลย สิงโต จากเทพนิยาย พ่อมดแห่ง OZ ตัวนี้นี่เอง  LISBOA HOTEL โรงแรมเก่าแก่ ซึ่งเป็นโรงแรมต้นๆที่เปิดตัวเป็น CASINO HOTEL มาหลายสิบปี เจ้าของเป็นมหาเศรษฐีชาวฮ่องกงครับ ตอนนี้ก็ดูเก่าไปถนัดตา แต่ก็มีขยายตัวเป็น GRAND LISBOA ตั้งอยู่ข้างๆกันครับ  จาก LISBOA หากข้ามฝั่งถนนไปก็พบกับอีกโรงแรมใหญ่คือ WYNN HOTEL ครับ ข้างในก็เด่นไปด้วยร้านช้อปปิ้งระดับ แบรนด์เนมล้วนๆเลยครับ  โรงแรม WYNN ที่ตกแต่งได้เหมือนโรงแรมต้นแบบใน LAS VEGAS โดยกระจกใช้สีทองแดง ทรงแนวตัวโรงแรมโค้งด้านบนแบบนี้เลยครับ  โถงทางเดินสู่ LOBBY ของโรงแรม WYNN ก็ตกแต่งได้สวยงามแบบนี้  มองผ่านกระจกบานใหญ่ออกไปก็จะเห็นสวนสบายตา พร้อมกับอูฐคู่นี้ครับ  มาโรงแรมนี้ไม่ผิดหวังสำหรับนักช้อปที่เน้นแต่ของแบรนด์เนมนะครับ ร้านค้าก็เปิดเช้าปิดดึกมากๆ อย่างร้าน LV นี่ก็เป็นที่นิยมถึงขนาดจำกัดจำนวนลูกค้าที่เดินซื้อของในร้าน จนต้องมีคิวรอกันหน้าร้านแบบในภาพเลยทีเดียว  ร้านอื่นๆอย่าง PRADA, DIOR, GIORGIA ARMANI และอีกหลายๆร้านค้าก็ทยอยเปิดตัวที่โรงแรม WYNN ที่นี้ครับ  อีกมุมสวยของ WYNN HOTEL ที่เป็นทรงโค้งของโลกครับ  หน้าโรงแรม WYNN ก็จะมีน้ำพุเต้นรำตามเสียงเพลงเพราะๆ ให้แขกและผู้ผ่านไปมาได้ชมกันเพลินๆ  ยังมีเทคนิคไฟมาเติมความน่าสนใจด้วย บางคนก็ว่านี่อาจเป็นอีกหนึ่งการแก้เคล็ดของฮวงจุ้ยของ WYNN HOTEL ด้วยน่ะครับ  โรงแรม LISBOA ใหม่จำง่ายๆ ตัวโรงแรมเป็นรูปศรธนูปักคว่ำ อันนี้ก็น่าจะเป็นอีกหลักการสร้างบ่อนคาสิโนตามความเชื่อทางฮวงจุ้ย  จากย่านโรงแรมดังก็นั่งรถ TAXI ไปอีกไม่ไกล เพื่อไปเที่ยวชมย่านสถาปัตยกรรมกันบ้าง ย่านเก่าแก่ของมาเก๊าที่มีกลิ่นอายของโปรตุเกสที่เคยมาถึ่งถิ่นนี้ในอดีต   ที่นี่เรียกว่า เซนาโด้สแควร์ (SENADO SQUARE) ที่ตอนนี้มีต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่กลางลานกว้าง รอบล้อมไปด้วยตึกอาคารสไตล์ยุโรปหลากสีสัน  เห็นตึกสีขาวนี้ตั้งเด่นเป็นสง่า ย่านนี้แหล่งรวบรวมร้านค้าต่างๆมากมาย ทั้งแฟชั่น ร้านกาแฟ ร้านแผงลอย เครื่องประดับ ของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ มาย่านนี้ได้ของครบครับ  โบสถ์เซนต์ ดอมินิค (St.Dominic's Church) เป็นโบสถ์ที่ได้ตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ A Abelha da China เป็นภาษาโปรตุเกสแห่งแรกในประเทศจีน ในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ.1822 และหอระฆังที่ด้านหลังปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กแสดงงานศิลปะในด้านศาสนาจำนวนมาก เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 10.00 - 18.00 น. สำหรับโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1590 ได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่มีศิลปกรรมที่งดงามที่สุดด้วยรูปแบบสไตล์สถาปัตยกรรมโคโลเนียลและบารอค อยู่ในย่าน เซนาโด้ สแควร์  ป้ายของโบสถ์ St.Dominic ติดอยู่กับข้างกำแพงโบสถ์ มีทั้งภาษาโปรตุเกสและจีนในแผ่นเดียวกัน  เดินเข้าสู่เส้นทางร้านค้าขายมากมาย  เป็นซอยขนาดไม่กว้างเดินไปก็เพลินกับของที่วางขาย ร้านค้าที่ตั้งอยู่ 2 ข้างทาง  ผลไม้สดก็มีวางขายกันแบบสไตล์ตลาดมาเก๊าเลยครับ  เดินไปอีกไม่ไกลนักก็จะเริ่มเจอกับการชิมฟรีแล้ว เป็นหมูแผ่นรสเด็ด ที่ทางร้านจะมีพนักงานเดินยื่นให้ชิมก่อนซื้อ ผมว่าหากใครได้ชิมก็คงติดใจในรสชาติหมูแผ่นของมาเก๊า  ที่สำคัญต้องร้านนี้เท่านั้นด้วยสิครับ ร้านนี้ได้รับโหวดเป็นร้านขายดีลำดับที่ 1 ของมาเก๊ามาหลายปีติดต่อกันเลยทีเดียว ลูกค้าแน่นร้านเลย ร้านนี้มี 2 สาขานะครับ คือสาขานี้อยู่กลางซอย ส่วนอีกร้านจะอยู่ทางปากซอย  หมูแผ่นของมาเก๊าจะนุ่มหนากว่าบ้านเราที่จะเป็นแบบกรอบ ของเค้าจะปรุงรสให้อร่อยไม่ว่าจะทานเปล่าๆ หรือทานกับข้าวต้มก็เยี่ยม   จากซอยนี้เดินทะลุก็จะเห็นจุดหมายที่ตั้งใจมาเที่ยวถ่ายรูปวันนี้ คือ ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล อยู่ด้านหน้า แต่ด้านขวามือก็จะเห็นร้านที่ต้องแวะ ที่เป็นร้านดังสาขา 2 ด้วย  ร้านนี้หากมาแล้วไม่แวะชิม เดินผ่านไปเฉยๆ นี่พลาดเลยนะครับ อยากให้แวะชิมขนมดังของเค้าอีกอย่าง  ขนมหวานที่ขึ้นชื่อและมีต้นกำเนิดที่มาเก๊า คือ ทาร์ตไข่ ที่สุดอร่อย ยิ่งได้ทานตอนร้อนๆออกจากเตาอบด้วยล่ะก็สุดยอดมากๆ ไม่หวานจัด กรอบนอกนุ่มใน เป็นทาร์ตไข่ต้นตำหรับของร้าน KA-NOM บ้านเรานั่นเอง  เห็นไหมครับ คิวแย่งซื้อกันเยอะมากๆ แต่ละคนก็อยากทานอยากชิมกัน แต่ยังไงมาแล้วต้องลองครับ อดทนรอคิวเพื่อทานของดีกัน  บรรจุลงกล่องกระดาษหน้าตาแบบนี้ครับ  เปิดกล่องออกมาทานกันเลยดีกว่า นอกจากหน้าตาที่ดูดีแล้ว รสชาติอร่อยสุดๆ  ทำกันสดๆภายในร้านนี้คือถั่วตัดครับ ด้วยความสดใหม่ของถั่วลิสงคุณภาพดีคั่วร้อนๆแล้วนำมาบดคลุกเคล้าให้เข้ากัน  ตัดเป็นชิ้นพอดีคำ ให้ผู้คนเดินผ่านไปมาได้ลองชิมก่อนซื้อกลับบ้าน หรือซื้อเป็นของฝาก  บรรจุลงซองย่อยในแพ็คอย่างดี ผมได้ชิมมาชิ้นนึง ต้องยอมรับในความมัน สดของถั่วเค้าจริงๆ  ป้ายบอกทางของเส้นทางเดินครับ ไม่มีหลงแน่นอน  รูปปั้นโลหะที่สวยสะดุดตาเป็นหนุ่มชาวโปรตุเกศ กับหญิงสาวชาวจีนที่เป็นตัวแทนแห่งความรักระหว่าง 2 เชื้อชาติบนเกาะมาเก๊าแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางทางขึ้นบันไดก่อนขึ้นไปชมซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล  และแล้วก็ถึงจุดที่มองเห็นซากโบสถ์เซนต์ปอลได้ชัดเจนแล้วล่ะครับ ช่วงปลายปีอากาศดีแบบนี้ เดินได้ไม่รู้เหนื่อย  นี่คือส่วนด้านหน้าของที่เหลือของโบสถ์มาแตร์เดอี จริงๆแล้วชื่อที่เรียกติดกันว่าโบสถ์เซนต์ปอล เพราะโบสถ์นี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยเซนต์ปอลนั่นเอง  โบสถ์นี้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1594 เป็นมหาวิทยาลัยตามแบบตะวันตกแห่งแรกของเอเซียตะวันออก แต่หลังจากเกิดเพลิงไหม้ในปี ค.ศ.1853 ทั้งวิทยาลัยและโบสถ์ถูกทำลายหมด เหลือแต่ส่วนด้านหน้าของตึกอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้     ทัศนียภาพมองจากด้านหน้าโบสถ์ลงไปครับ  มีสวนงดงามอยู่ทางขึ้น-ลง หากต้องการหาห้องน้ำสาธารณะ ก็อยู่ทางด้านซ้ายของของสวนเมื่อลงไปด้านล่าง  ลูกชิ้นซีฟู้ดร้อนๆครับ หอมน้ำซุปเข้มข้นที่ใช้ลวกเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น  อากาศเย็นๆแบบนี้ก็น่าชิมนักไม้สองไม้นะครับ  อื้ม....อร่อยจริงๆ  แวะเดินเล่นซื้อของ ทานอาหารกันย่านนั้นเสร็จก็เดินเล่นกลับมายังโรงแรมสวยเดินชมไฟสวยๆของโรงแรมคาสิโนที่มาเก๊ากัน สวยมากๆเมื่อไฟเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ  ยามค่ำแสงไฟสีสัน สวยต่างกันไปกับตอนช่วงกลางวันลิบลับเลย  เมืองคาสิโนของโลกเราส่วนมากก็คงต้องเน้นแสงสีกัน เพราะเมืองพวกนี้เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดเลยสักวันในรอบปี  โรงแรมที่มาเก๊าจริงๆแล้วมีให้เลือกเข้าพักมากมาย หากต้องการมาเที่ยวในราคาประหยัด ก็สามารถจองพักที่โรงแรมปานกลางก็เป็นอีกทางเลือกเช่นกัน  สีสันสุดสวยยามค่ำคืน  ตกแต่งแสงไฟด้วยสีสวยมาก  เมืองมาเก๊ายามค่ำคืน  แต่โรงแรม THE VENETIAN ก็ตั้งอยู่คนละส่วนกันของเกาะมาเก๊ากับย่านนี้นะครับ ยังต้องข้ามฝั่งแม่น้ำไป ทางฝั่งสนามบินนั่นเอง     กลับสู่โรงแรม THE VENETIAN กันครับ คราวนี้มากันที่ทางเข้าด้านหน้าของโรงแรม (ไม่ใช่ด้าน VIP แบบตอน CHECK IN นะครับ)  หากมาจากทางเข้า MAIN ENTRANCE ก็จะพบโซนสวย ทางเดินโปร่งโล่งแบบนี้ครับ   เดินเชื่อมถึง THE GREAT HALL ของ THE VENETIAN  เพดานสวยๆของโถง THE GREAT HALL  ชั้นบนเป็นร้านค้าช้อปปิ้ง ด้านล่างเป็นคาสิโนล้วนๆครับ เปิด 24 ชั่วโมง ไมมีวันหยุดเลยทีเดียว  ร้านอาหารจีนที่แนะนำในโรงแรม THE VENETIAN เป็นร้าน OLD NEPTUNE ที่ตั้งอยู่ชั้นล่างสุด ในชั้น CASINO ติดกับร้านกาแฟ STARBUCKS เลยทำให้หาร้านนี้ไมยากแน่นอน  หากมาในช่วงเทศกาลก็แนะนำให้เดินไปขอจองล่วงหน้าก็ดีครับ จะได้ไม่พลาดรอคิวยาวๆ การจองก็ง่ายมากๆมีพนักงานต้อนรับอยู่ด้านหน้าร้าน  เมนูอร่อยๆก็มีเกี๊ยวกุ้งทอด, เกี๋ยวกุ้งน้ำ, หมูแดง, หมูสับปลาเค็ม, บะหมี่ผัด, เนื้อตุ๋น, ...  บะหมี่กุ้งล๊อบสเตอร์ จานนี้ก็อร่อยน่าทานจริงๆ  สนามบินมาเก๊า มีขนาดเล็ก มีร้านค้าไม่มาก ไม่แนะนำให้มาช้อปปิ้งกันที่นี่เท่าไหร่ เพราะคงผิดหวัง น่าจะซื้อจากร้านค้าในโรงแรมใหญ่ๆเลยดีที่สุด  กลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิบ้านเราแล้วครับ