![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
||
| หากมีวันหยุดเพียงไม่กี่วัน อีกหนึ่งจุดหมายท่องเที่ยวที่สามารถไปเที่ยวได้สบายๆยอดนิยมกันตอนนี้ก็คือ มาเก๊า (Macau) เกาะเล็กทางตอนใต้ของจีนนั่นเอง ซึ่งหากต้องการบินตรงลงสู่เกาะมาเก๊าเลย ก็มีสายการบิน Air Asia ที่ออกเดินทางตอนเที่ยงกว่าๆ ถึงมาเก๊าตอนช่วงบ่ายๆ เป็นสายการบินที่มีเวลาเดินทางไปกลับดีที่สุด ณ เวลานี้ | โรงแรม THE VENETIAN แห่งที่ 2 ซึ่งแห่งแรกเปิดอยู่ที่ LAS VEGAS, USA ซึ่งแห่งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งใหญ่กว่าแห่งแรกซะอีก ด้วยทุนสร้างมหาศาลกว่า 2.4 พันล้านเหรียญสหรํฐเลยทีเดียว ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา | จากสนามบินมาเก๊า ก็สามารถเลือกนั่งรถไม่ว่าจะเป็นลีมูซีนของโรงแรม รถแท็กซี่ รถตู้ ได้ตามสะดวก ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงโรงแรม THE VENETIAN ที่มีทางเข้า Check In อยู่หลายแห่ง | โซนเช็คอิน VIP ของ THE VENETIAN ให้ความสะดวกสบาย เป็นส่วนตัวกว่าด้าน MAIN LOBBY | LLOBBY ของ PAIZA ZONE ก็จะให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมพนักงานต้อนรับ CHECK IN และส่งกระเป๋าสัมภาระของท่านขึ้นถึงห้องพักในเวลาอันรวดเร็ว | ระหว่างรอการ CHECK IN ก็จะได้รับน้ำเปล่าขวดสวยจาก THE VENETIAN ให้ฟรีเลยครับ | เมื่อรับการ์ดห้องพักแล้ว ก็เข้าห้องพักได้ทันที เดินกันจนเมื่อยเลยทีเดียว เพราะมีห้องพักจำนวนมากมายเลยทีเดียว | บรรยากาศสุดหรูในสไตล์ VENETIAN ในห้อง SUITE กว้างขวาง ให้คุณได้รับความสบายขณะพักผ่อน | แบ่งโซนเป็นโซน Living มีโซฟา โต๊ะทำงาน พร้อมบริการ FREE INTERNET และ TV พร้อมตู้เย็น MINIBAR | ภาพประดับในห้องให้ความรู้สึกเข้าถึงเมือง VENICE ประเทศอิตาลี ที่เป็นที่มาของธีมของโรงแรมแห่งนี้ | เตียงนอน หมอน ผ้าห่ม ที่เลือกใช้วัสดุอย่างดี แอร์เย็นฉ่ำ LCD TV ทุกๆอย่างล้วนมอบความสุขให้กับผู้เข้าพัก ห้องเดียวก็มี TV ให้ถึง 2 จุดเลยทีเดียว คือ หน้าเตียง และหน้าโซฟา | ห้องน้ำขนาดใหญ่ ให้ทุกอย่างที่คุณต้องการใช้ในห้องน้ำเลยทีเดียว | ณ THE VENETIAN ใครๆก็สามารถสนุกกับการช้อปปิ้งได้ตลอดวัน เพราะร้านค้าในนี้เปิดร้านกันตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 23.00 น. ในวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี และสำหรับวันศุกร์, เสาร์ และวันหยุดเทศการก็จะเปิด 10 โมงเช้าถึงเที่ยงคืนเลยทีเดียว | แบ่งเป็นโซนเรียกชื่อกันต่างๆกันไป เพื่อความสะดวกในการเดินช้อปปิ้งแบบมาราธอน เพราะพื้นที่ช้อปปิ้งกว้างมากถึง 968,000 ตารางฟุต | คุณอาจจะเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง หรือเดินเล่นจนลืมเวลาไปเลย เพราะภายในตกแต่งด้วยบรรยากาศท้องฟ้าที่จำลองให้ลืมเวลาจริงไปเสียสนิท | หากคุณเคยไปพักหรือไปเที่ยวที่ THE VENTIAN แห่งแรกของ USA แล้ว ก็อย่าเพิ่งเบื่อที่จะมาเยือนที่มาเก๊าแห่งนี้ เพราะแห่งนี้มีขนาดพื้นที่กว้างขวางกว่าแห่งเดิมถึง 2 เท่าเลยทีเดียว | ด้วยจำนวนร้านค้ามากมายถึง 350 ร้าน ที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามคลองเวนิชจำลอง ทำให้คุณสนุกมากๆกว่าเดินห้างสรรพสินค้าตามเมืองใหญ่ทั่วไปแน่นอน | หากใครเคยไปเที่ยวเมือง VENICE ก็คงยอมรับว่า THE VENETIAN ยอดเยี่ยมมากๆที่ยกเมือง VENICE มาไว้ที่เอเซียเรียบร้อยแล้วตอนนี้ | แน่นอนคลอง VENICE ก็ต้องมีเรือแท็กซี่ที่ไม่เหมือนใครคือเรือ GONDOLA พร้อมนักพาย ที่จะขับกล่อมเพลงอิตาเลียน ด้วยเสียงอันไพเราะด้วยอย่างแน่นอน | เดินสนุกเพลิดเพลินได้ทั้งวันจริงๆ หากเบื่ออยากชิวๆก็แวะหาท่าเรือ เตรียมนั่งเรือชมโรงแรมได้เหมือนกัน | ค่านั่งเรือ GONDOLA คิดราคาค่าบริการคนละ 150 HK $ / คนครับ | ร้านค้าที่มีขายของที่ระลึกของ THE VENETIAN ไม่ควรพลาดแวะชม แวะซื้อของฝากกันได้ที่นี่นะครับ |
ลิงหน้าแปลกเหล่านี้ เป็นตัวแทนนักพายเรือ
GONDALA นั่นเอง ดูเสื้อลายแถบสีขาว-ดำ มือถือพาย แต่ที่พิเศษลองกดที่มือซ้ายของเจ้าลิงดูสิ จะได้ยินลิงร้องเสียงเพลงอิตาเลียนด้วยลูกคอแบบโอเปร่าด้วย ยิ่งไปกว่านั้นทั้งหัวและหน้าของลิง ก็ขยับตามเพลงซะด้วยครับ เห็นแล้วทึ่งกับท่าร้อง ใบหน้าของลิงเหล่านี้จริงๆ |
ตุ๊กตาลิงรุ่นนี้ เป็นแบบร้องเพลงไม่ได้ครับ ตั้งโชว์อย่างเดียวเท่านั้น | ที่เขี่ยบุหรี่เคลือบดินเผาเพ้นท์สีสดใส สวยงาม อีกหนึ่งในของที่ระลึกของ THE VENETIAN |
ฝีพายเรือ GONDOLA
หลายๆคนเป็นชาวยุโรป แต่หลายคนอาจไม่รู้เกี่ยวกับเรือก็คือ... เรือ
GONDOLA ที่นี่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กด้วยนะครับ แถมมีไมโครโฟน
ช่วยให้ผู้พายร้องเพลงได้สบายขึ้นเยอะเลย และในโรงแรมแห่งนี้ก็มีคลองถึง 3 คลองให้ได้เลือกนั่งเรือ GONDOLA ครับ |
ในช่วงคริสต์มาส ถึงปีใหม่ ก็ประดับประดาไปด้วยต้นคริสต์มาสใหญ่สวยงามในระหว่าง HALL ทางเดินช้อปปิ้ง | THE GREAT HALL เป็นจุดศูนย์กลางของโรงแรมแห่งนี้ จะนัด จะแยกไปโซนไหน ก็สะดวกที่จะจำร้านค้าหลักๆจากจุดนี้ครับ นอกจากนี้ยังเป็นทางเชื่อมหลักของชั้นช้อปปิ้ง (ชั้นบน) ไปสู่ชั้น คาสิโน (ชั้นล่าง) ผ่านบันไดเลื่อนทั้งแบบตรง แบบโค้ง ของ HALL ใหญ่จุดนี้ครับ | เพดานสุดคลาสิค จำลองภาพวาดของศิลปินเอกจาก VENICE มาไว้ที่นี่ด้วย | บันไดเลื่อนที่เชื่อมโยง เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพมากที่สุดแห่งเลยทีเดียว | ร้านค้าแบรนด์ดังที่ตั้งอยู่รอบๆ THE GREAT HALL ครับ | ร้านค้าใหญ่แนว DUTY FREE ของสนามบิน ซึ่งมีทุกอย่างไม่ว่า เสื้อผ้า น้ำหอม เครื่องหนัง ทุกอย่างที่นี่น่าซื้อกว่าที่สนามบินมาเก๊านะครับ มาแล้วอย่าพลาดซื้อของกัน เพราะหากจะไปซื้อเอาตอนสุดท้ายที่สนามบิน มาเก๊า ก็คงต้องพลาด เพราะแทบไม่มีอะไรให้เลือกซื้อครับ ผิดกับสนามบินฮ่องกงลิบลับเลยทีเดียว | THE ATRIUM ก็ยังมีมุมขาย เครื่องไฟฟ้า กล้อง คอมพิวเตอร์ APPLE โทรศัพท์มือถือ MP3 PLAYER หลากรุ่นด้วยครับ | ร้านค้าเสื้อผ้าหลากแนวมีให้เลือกซื้อมากมายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Local Brand อย่าง G2000, Bossini, Esprit, Energy, Zara, Levi's, Lucky Brand, Calvin Klien, DKNY, Mossimo Duti และอื่นๆอีกเพียบ | หากต้องการหาของฝาก ของทานเล่นก็อย่าลืมแวะมองหาร้านค้าแนวบรรจุห่อสวยงาม ผลิตภัณฑ์อร่อยๆหาทานได้ที่นี่ ก็เป็นร้านแนว Bekery, ชาจีนหลากชนิดเกรด A, หรือพวก Snack เป็นปลาหมึกปรุงรส และถั่ว เป็นของฝากที่ดีครับ | หากเดินแล้วหิวก็มี Food Court ที่มีร้านอาหารหลากหลายรสชาติให้เลือกทานกัน ไม่ต้องซื้อคูปอง หรือใช้การ์ดรูดแต่อย่างใด ใช้เงินสดซื้อได้ทันที เห็นคนเยอะๆแบบนี้ แต่จำนวนโต๊ะก็มีมากครับ ไม่ต้องห่วง เปิดเช้าปิดดึกๆเลยทีเดียว | หลายคนก็คงสะดุดกับแนวข้าวหมูแดง ไก่สับ สไตล์ฮ่องกง ก็แวะร้านนี้ได้เลย เห็นขายดีมาก ลูกค้ามาต่อคิวซื้อตลอด ยังไม่ทันค่ำก็ใกล้หมดซะแล้ว | ร้านนี้คิวยาวที่สุด รอนานที่สุดครับ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตกแต่งได้สะดุดตา มีผู้คนเดินผ่านไปมา มาแวะถ่ายรูปกับรูปอาหารจำลองขนาดใหญ่หน้าร้านครับ | เจ้านี่ก็น่าทาน ที่ทางร้านเค้าขายดีมากๆ มีคนรอต่อคิวซื้อเยอะจริงๆ ผมยืนรอกว่า 20 นาทีเพื่อรอชิมเจ้า Tako Yaki เมนูเลื่องชื่อของร้านนี้เค้า | CHEF ก็ค่อยๆทำ Tako Yaki ไม่เร่งเพราะต้องการให้กรอบนอก นุ่มใน ซึ่งแม้ผมจะรอต่อคิวนานกว่า 20 นาที แต่คุ้มค่ากับการรอคอย มันเป็น Tako Yaki ที่อร่อยที่สุดที่เคยทานมาเลยทีเดียว กรอบนอก ข้างในก็อร่อยมากๆของจริง | Okonomiyaki (พิซซ่าญี่ปุ่น) หรือ Yakisoba (หมี่ผัดสไตล์ญี่ปุ่น) ก็ทำออกมาได้น่าทาน แต่ขอแนะนำ Tako Yaki ละกันครับ | หรือทานง่ายๆ หน้าตาเรียบๆ แต่รสชาติอร่อยจริงๆ ก็จานนี้ครับ ข้าวผัดซีฟู้ดจากร้าน สิงคโปร์ ครับ | ภายในร้าน International News ซึ่งขายหนังสือ ขายผลิตภัณฑ์สบู่แชมพูสะผมคุณภาพดี ของ USA และ ของที่ระลึกของโรงแรม VENETIAN ก็ยังมีเครื่องดื่มดีดี แต่งร้านและที่นั่งสวยๆจาก ILLY COFFE ด้วยครับ | แต่งร้านได้สวยงามเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องดื่มแช่เย็นๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแปลกๆ รวมไปจนถึงเบียร์ ไวน์ หลากชนิดด้วยครับ | ใครกระเป๋าหนัก ก็เลือกช้อปร้านแบรนด์เนมก็ไม่ผิดกติกา | เดินช้อปปิ้งในบรรยากาศที่สวยงาม ก็สนุกไปอีกแบบ ไม่เหมือนเดินห้างสรรพสินค้าที่เดี๋ยวก็ต้องขึ้นบันไดเลื่อน ลงบันไดเลื่อนอีกแล้ว | แสงสีของท้องฟ้าก็เปลี่ยนไปด้วย เหมือนได้ไปเดินอยู่บนเกาะเมือง VENICE ที่อิตาลีจริงๆ | ชั้น CASINO ของ THE VENETIAN ตั้งอยู่ชั้นล่างสุดของโรงแรม หากช้อปปิ้งจนหมดแล้ว จะเดินไปเปลี่ยนบรรยากาศความสนุกก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว | เครื่องเล่นที่ง่ายสุดก็คงเป็น SLOT MACHINE ครับ | หากอยากเพิ่มระดับความตื่นเต้นขึ้นมาอีกหน่อยก็เล่นสู้กับเจ้ามือ บนโต๊ะเลยครับ งานนี้ดูข้างๆโต๊ะดีดี เพราะจะมีบอก LIMIT ของเงินที่รับแทง ด้วยนะครับ ขอแนะนำนิดนิงว่าพื้นที่ CASINO ของโรงแรมกว้างใหญ่มากๆ ถึงขนาดต้องสังเกตแสงไฟบนเพดานที่แบ่งโซนไปตามสีเช่น แดง สีเขียว สีฟ้า ซึ่งมีชื่อเพราะๆต่างกันไปครับ เช่น RED DRAGON, IMPERIAL HOUSE, PHOENIX, GOLDEN FISH จะได้เดินได้แบบไม่หลง | ร้านอาหาร ภัตตาคารก็เลือกเข้าได้เลย ไม่ว่าจะ FAST FOOD หรือ SLOW FOOD และข่าวดีสำหรับคอกาแฟ SATRBUCKS ก็มีอยู่ 1 ร้านบนชั้น CASINO ติดกับ RED DRAGON ZONE ครับ | เดินเล่น เดินจริงสำรวจโรงแรม THE VENETIAN นี่ต้องใช้เวลามากเลยทีเดียว ก็ต้องกลับมานอนชาร์ตพลังบนเตียงนุ่มสบายๆ ในห้องสูทดีกว่าครับ | ทางโรงแรมก็มีบอกพยากรณ์อากาศในเช้าวันต่อไปให้กับผู้เข้าพักด้วยนะครับ ช่วงปลายปีต้นปีแบบนี้ อากาศสบายมากที่สุด ท้องฟ้าสดใส อุณหภูมิอยู่ที่ 10 กว่าองศาเท่านั้นเอง | นั่งรถ LIMOUSINE ของโรงแรมเข้าสำรวจเมืองมาเก๊ากันสักหน่อยดีกว่า ยังมีอีกโรงแรมที่ไม่ควรพลาดเดินเล่น และที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดของมาเก๊าด้วยครับ | จากโรงแรม THE VENETIAN เดินทางด้วยรถยนต์มาถึงใจกลางเมืองมาเก๊า ก็ใช้เวลาเกือบ 20 นาที แต่ชอบมากๆที่การจราจรสบายมากๆ | โรงแรมชื่อดังอีกโรงแรมอย่าง MGM GRAND ก็มาเปิดตัวที่นี่เช่นกัน | เด่นสุดๆของโรงแรม MGM GRAND ก็ต้องนี่เลย สิงโต จากเทพนิยาย พ่อมดแห่ง OZ ตัวนี้นี่เอง | LISBOA HOTEL โรงแรมเก่าแก่ ซึ่งเป็นโรงแรมต้นๆที่เปิดตัวเป็น CASINO HOTEL มาหลายสิบปี เจ้าของเป็นมหาเศรษฐีชาวฮ่องกงครับ ตอนนี้ก็ดูเก่าไปถนัดตา แต่ก็มีขยายตัวเป็น GRAND LISBOA ตั้งอยู่ข้างๆกันครับ | จาก LISBOA หากข้ามฝั่งถนนไปก็พบกับอีกโรงแรมใหญ่คือ WYNN HOTEL ครับ ข้างในก็เด่นไปด้วยร้านช้อปปิ้งระดับ แบรนด์เนมล้วนๆเลยครับ | โรงแรม WYNN ที่ตกแต่งได้เหมือนโรงแรมต้นแบบใน LAS VEGAS โดยกระจกใช้สีทองแดง ทรงแนวตัวโรงแรมโค้งด้านบนแบบนี้เลยครับ | โถงทางเดินสู่ LOBBY ของโรงแรม WYNN ก็ตกแต่งได้สวยงามแบบนี้ | มองผ่านกระจกบานใหญ่ออกไปก็จะเห็นสวนสบายตา พร้อมกับอูฐคู่นี้ครับ | มาโรงแรมนี้ไม่ผิดหวังสำหรับนักช้อปที่เน้นแต่ของแบรนด์เนมนะครับ ร้านค้าก็เปิดเช้าปิดดึกมากๆ อย่างร้าน LV นี่ก็เป็นที่นิยมถึงขนาดจำกัดจำนวนลูกค้าที่เดินซื้อของในร้าน จนต้องมีคิวรอกันหน้าร้านแบบในภาพเลยทีเดียว | ร้านอื่นๆอย่าง PRADA, DIOR, GIORGIA ARMANI และอีกหลายๆร้านค้าก็ทยอยเปิดตัวที่โรงแรม WYNN ที่นี้ครับ | อีกมุมสวยของ WYNN HOTEL ที่เป็นทรงโค้งของโลกครับ | หน้าโรงแรม WYNN ก็จะมีน้ำพุเต้นรำตามเสียงเพลงเพราะๆ ให้แขกและผู้ผ่านไปมาได้ชมกันเพลินๆ | ยังมีเทคนิคไฟมาเติมความน่าสนใจด้วย บางคนก็ว่านี่อาจเป็นอีกหนึ่งการแก้เคล็ดของฮวงจุ้ยของ WYNN HOTEL ด้วยน่ะครับ | โรงแรม LISBOA ใหม่จำง่ายๆ ตัวโรงแรมเป็นรูปศรธนูปักคว่ำ อันนี้ก็น่าจะเป็นอีกหลักการสร้างบ่อนคาสิโนตามความเชื่อทางฮวงจุ้ย | จากย่านโรงแรมดังก็นั่งรถ TAXI ไปอีกไม่ไกล เพื่อไปเที่ยวชมย่านสถาปัตยกรรมกันบ้าง ย่านเก่าแก่ของมาเก๊าที่มีกลิ่นอายของโปรตุเกสที่เคยมาถึ่งถิ่นนี้ในอดีต | ที่นี่เรียกว่า เซนาโด้สแควร์ (SENADO SQUARE) ที่ตอนนี้มีต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่กลางลานกว้าง รอบล้อมไปด้วยตึกอาคารสไตล์ยุโรปหลากสีสัน | เห็นตึกสีขาวนี้ตั้งเด่นเป็นสง่า ย่านนี้แหล่งรวบรวมร้านค้าต่างๆมากมาย ทั้งแฟชั่น ร้านกาแฟ ร้านแผงลอย เครื่องประดับ ของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ มาย่านนี้ได้ของครบครับ | โบสถ์เซนต์ ดอมินิค (St.Dominic's Church) เป็นโบสถ์ที่ได้ตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ A Abelha da China เป็นภาษาโปรตุเกสแห่งแรกในประเทศจีน ในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ.1822 และหอระฆังที่ด้านหลังปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กแสดงงานศิลปะในด้านศาสนาจำนวนมาก เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 10.00 - 18.00 น. สำหรับโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1590 ได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่มีศิลปกรรมที่งดงามที่สุดด้วยรูปแบบสไตล์สถาปัตยกรรมโคโลเนียลและบารอค อยู่ในย่าน เซนาโด้ สแควร์ | ป้ายของโบสถ์ St.Dominic ติดอยู่กับข้างกำแพงโบสถ์ มีทั้งภาษาโปรตุเกสและจีนในแผ่นเดียวกัน | เดินเข้าสู่เส้นทางร้านค้าขายมากมาย | เป็นซอยขนาดไม่กว้างเดินไปก็เพลินกับของที่วางขาย ร้านค้าที่ตั้งอยู่ 2 ข้างทาง | ผลไม้สดก็มีวางขายกันแบบสไตล์ตลาดมาเก๊าเลยครับ | เดินไปอีกไม่ไกลนักก็จะเริ่มเจอกับการชิมฟรีแล้ว เป็นหมูแผ่นรสเด็ด ที่ทางร้านจะมีพนักงานเดินยื่นให้ชิมก่อนซื้อ ผมว่าหากใครได้ชิมก็คงติดใจในรสชาติหมูแผ่นของมาเก๊า | ที่สำคัญต้องร้านนี้เท่านั้นด้วยสิครับ ร้านนี้ได้รับโหวดเป็นร้านขายดีลำดับที่ 1 ของมาเก๊ามาหลายปีติดต่อกันเลยทีเดียว ลูกค้าแน่นร้านเลย ร้านนี้มี 2 สาขานะครับ คือสาขานี้อยู่กลางซอย ส่วนอีกร้านจะอยู่ทางปากซอย | หมูแผ่นของมาเก๊าจะนุ่มหนากว่าบ้านเราที่จะเป็นแบบกรอบ ของเค้าจะปรุงรสให้อร่อยไม่ว่าจะทานเปล่าๆ หรือทานกับข้าวต้มก็เยี่ยม | จากซอยนี้เดินทะลุก็จะเห็นจุดหมายที่ตั้งใจมาเที่ยวถ่ายรูปวันนี้ คือ ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล อยู่ด้านหน้า แต่ด้านขวามือก็จะเห็นร้านที่ต้องแวะ ที่เป็นร้านดังสาขา 2 ด้วย | ร้านนี้หากมาแล้วไม่แวะชิม เดินผ่านไปเฉยๆ นี่พลาดเลยนะครับ อยากให้แวะชิมขนมดังของเค้าอีกอย่าง | ขนมหวานที่ขึ้นชื่อและมีต้นกำเนิดที่มาเก๊า คือ ทาร์ตไข่ ที่สุดอร่อย ยิ่งได้ทานตอนร้อนๆออกจากเตาอบด้วยล่ะก็สุดยอดมากๆ ไม่หวานจัด กรอบนอกนุ่มใน เป็นทาร์ตไข่ต้นตำหรับของร้าน KA-NOM บ้านเรานั่นเอง | เห็นไหมครับ คิวแย่งซื้อกันเยอะมากๆ แต่ละคนก็อยากทานอยากชิมกัน แต่ยังไงมาแล้วต้องลองครับ อดทนรอคิวเพื่อทานของดีกัน | บรรจุลงกล่องกระดาษหน้าตาแบบนี้ครับ | เปิดกล่องออกมาทานกันเลยดีกว่า นอกจากหน้าตาที่ดูดีแล้ว รสชาติอร่อยสุดๆ | ทำกันสดๆภายในร้านนี้คือถั่วตัดครับ ด้วยความสดใหม่ของถั่วลิสงคุณภาพดีคั่วร้อนๆแล้วนำมาบดคลุกเคล้าให้เข้ากัน | ตัดเป็นชิ้นพอดีคำ ให้ผู้คนเดินผ่านไปมาได้ลองชิมก่อนซื้อกลับบ้าน หรือซื้อเป็นของฝาก | บรรจุลงซองย่อยในแพ็คอย่างดี ผมได้ชิมมาชิ้นนึง ต้องยอมรับในความมัน สดของถั่วเค้าจริงๆ | ป้ายบอกทางของเส้นทางเดินครับ ไม่มีหลงแน่นอน | รูปปั้นโลหะที่สวยสะดุดตาเป็นหนุ่มชาวโปรตุเกศ กับหญิงสาวชาวจีนที่เป็นตัวแทนแห่งความรักระหว่าง 2 เชื้อชาติบนเกาะมาเก๊าแห่งนี้ ตั้งอยู่ทางทางขึ้นบันไดก่อนขึ้นไปชมซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล | และแล้วก็ถึงจุดที่มองเห็นซากโบสถ์เซนต์ปอลได้ชัดเจนแล้วล่ะครับ ช่วงปลายปีอากาศดีแบบนี้ เดินได้ไม่รู้เหนื่อย | นี่คือส่วนด้านหน้าของที่เหลือของโบสถ์มาแตร์เดอี จริงๆแล้วชื่อที่เรียกติดกันว่าโบสถ์เซนต์ปอล เพราะโบสถ์นี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยเซนต์ปอลนั่นเอง | โบสถ์นี้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1594 เป็นมหาวิทยาลัยตามแบบตะวันตกแห่งแรกของเอเซียตะวันออก แต่หลังจากเกิดเพลิงไหม้ในปี ค.ศ.1853 ทั้งวิทยาลัยและโบสถ์ถูกทำลายหมด เหลือแต่ส่วนด้านหน้าของตึกอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้ | ทัศนียภาพมองจากด้านหน้าโบสถ์ลงไปครับ มีสวนงดงามอยู่ทางขึ้น-ลง หากต้องการหาห้องน้ำสาธารณะ ก็อยู่ทางด้านซ้ายของของสวนเมื่อลงไปด้านล่าง | ลูกชิ้นซีฟู้ดร้อนๆครับ หอมน้ำซุปเข้มข้นที่ใช้ลวกเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น | อากาศเย็นๆแบบนี้ก็น่าชิมนักไม้สองไม้นะครับ | อื้ม....อร่อยจริงๆ | แวะเดินเล่นซื้อของ ทานอาหารกันย่านนั้นเสร็จก็เดินเล่นกลับมายังโรงแรมสวยเดินชมไฟสวยๆของโรงแรมคาสิโนที่มาเก๊ากัน สวยมากๆเมื่อไฟเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ | ยามค่ำแสงไฟสีสัน สวยต่างกันไปกับตอนช่วงกลางวันลิบลับเลย | เมืองคาสิโนของโลกเราส่วนมากก็คงต้องเน้นแสงสีกัน เพราะเมืองพวกนี้เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดเลยสักวันในรอบปี | โรงแรมที่มาเก๊าจริงๆแล้วมีให้เลือกเข้าพักมากมาย หากต้องการมาเที่ยวในราคาประหยัด ก็สามารถจองพักที่โรงแรมปานกลางก็เป็นอีกทางเลือกเช่นกัน | สีสันสุดสวยยามค่ำคืน | ตกแต่งแสงไฟด้วยสีสวยมาก | เมืองมาเก๊ายามค่ำคืน แต่โรงแรม THE VENETIAN ก็ตั้งอยู่คนละส่วนกันของเกาะมาเก๊ากับย่านนี้นะครับ ยังต้องข้ามฝั่งแม่น้ำไป ทางฝั่งสนามบินนั่นเอง | กลับสู่โรงแรม THE VENETIAN กันครับ คราวนี้มากันที่ทางเข้าด้านหน้าของโรงแรม (ไม่ใช่ด้าน VIP แบบตอน CHECK IN นะครับ) | หากมาจากทางเข้า MAIN ENTRANCE ก็จะพบโซนสวย ทางเดินโปร่งโล่งแบบนี้ครับ | เดินเชื่อมถึง THE GREAT HALL ของ THE VENETIAN | เพดานสวยๆของโถง THE GREAT HALL | ชั้นบนเป็นร้านค้าช้อปปิ้ง ด้านล่างเป็นคาสิโนล้วนๆครับ เปิด 24 ชั่วโมง ไมมีวันหยุดเลยทีเดียว | ร้านอาหารจีนที่แนะนำในโรงแรม THE VENETIAN เป็นร้าน OLD NEPTUNE ที่ตั้งอยู่ชั้นล่างสุด ในชั้น CASINO ติดกับร้านกาแฟ STARBUCKS เลยทำให้หาร้านนี้ไมยากแน่นอน | หากมาในช่วงเทศกาลก็แนะนำให้เดินไปขอจองล่วงหน้าก็ดีครับ จะได้ไม่พลาดรอคิวยาวๆ การจองก็ง่ายมากๆมีพนักงานต้อนรับอยู่ด้านหน้าร้าน | เมนูอร่อยๆก็มีเกี๊ยวกุ้งทอด, เกี๋ยวกุ้งน้ำ, หมูแดง, หมูสับปลาเค็ม, บะหมี่ผัด, เนื้อตุ๋น, ... | บะหมี่กุ้งล๊อบสเตอร์ จานนี้ก็อร่อยน่าทานจริงๆ | สนามบินมาเก๊า มีขนาดเล็ก มีร้านค้าไม่มาก ไม่แนะนำให้มาช้อปปิ้งกันที่นี่เท่าไหร่ เพราะคงผิดหวัง น่าจะซื้อจากร้านค้าในโรงแรมใหญ่ๆเลยดีที่สุด | กลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิบ้านเราแล้วครับ |