![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| ใครๆก็ไปเที่ยว " ปาย " กัน ส่วนใครๆที่ยังไม่เคยไปเยือนปาย ก็คงจะได้แต่เห็นคนเมืองเดินเล่นใส่เสื้อยืดวลีเด็ดๆสกรีนบนเสื้อกัน ไปเที่ยวปายมา หรือ อยู่ปายวันวัน แนวๆนี้กันเยอะ ก็คงอดสงสัยไม่ได้ว่ามันมีอะไรดีที่ปายกันแน่ ใครๆถึงได้ไปเที่ยวปายกัน ว่าแล้วก็อย่ามัวแต่นั่งคิดอยู่เลย ตัดสินใจหาเวลาเที่ยวปายกันสักครั้งนึงในชีวิตซะเลย | เนื่องจากเวลามีไม่มากนัก ก็จัดการเดินทางแบบรวบลัดในการเดินทางไปปายกันเลย ผมเลือกบินจากกรุงเทพไปยังเชียงใหม่ ซึ่งก็ใช้เวลาเดินทางเพียง 55 นาทีเท่านั้นเอง | เมื่อได้ถึงสนามบินเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว ก็รอเปลี่ยนเครื่องเป็นเครื่องบินลำเล็กขนาด 12 ที่นั่ง โดย Nok mini ที่ Operated by SGA ที่จะพาเราลัดเลาะเส้นทางโค้งคดเคี้ยวกว่า 762 โค้งจากเชียงใหม่ไปยังแม่ฮ่องสอน | กับตันและผู้ช่วยกัปตันก็เตรียมพาพวกเราบินลัดฟ้าสู่เมืองปาย ที่หากเรานั่งรถฝ่าเส้นทางโค้ง ก็จะใช้เวลานานถึง 3 ชั่วโมงครึ่งถึง 4 ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว แต่การเดินทางโดยเครื่องบินลำเล็กนี้ จะทุ่นเวลาและลดความเหนื่อยได้เป็นอย่างดี เพราะการเดินทางจะใช้เวลาเพียง 20-25 นาทีเท่านั้นเอง ! | บนเครื่องบินลำเล็ก ผู้โดยสารก็ทยอยขึ้นเครื่อง พร้อมรับขนมและน้ำดื่มในแพ็คเล็กๆที่พนักงานต้อนรับมอบให้ขณะขึ้นเครื่อง เครื่องลำนี้ผู้โดยสารสามารถเลือกที่นั่งได้ตามใจชอบ / ท้ายเครื่องมีพื้นที่เล็กๆสำหรับวางสัมภาระของผู้โดยสารด้วย | เมื่อเครื่องบินลำเล็กนี้บินขึ้นสู่ท้องฟ้า พวกเราก็เหมือนถูกสะกดจากวิวทิวทัศน์ด้านล่าง วิวจากมุมสูงที่ไม่มากนัก ทำให้เราเห็นสิ่งสำคัญต่างๆของเมืองเชียงใหม่ และภูมิทัศน์สวยๆไปยังเมืองปาย | เราสามารถมองเห็นถนนเส้นโค้ง ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาใหญ่ตลอดเส้นทาง พลันนึกขึ้นในใจว่า ช่างโชคดีเหลือหลายที่ตัดสินใจเลือกเดินทางมาปายโดยเครื่องบินเล็กนี้ | วิวสวยงามก็ได้ถูกแนะนำโดยกัปตันและผู้ช่วยกัปตันของเราไปเป็นระยะๆครับ | เพลินเดียว พวกเราก็รู้สึกว่าเครื่องบินลำเล็กกำลังเตรียมลงจอดที่ท่าอากาศยานของปายซะแล้วล่ะครับ | และแล้วเครื่องก็ร่อนลงรันเวย์สั้นๆ ที่เคยถูกสร้างไว้ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเคยถูกทิ้งร้างไปพักใหญ่ และก็ถูกปรับปรุงเพื่อเป็นสนามบินสำหรับผู้โดยสารอย่างเราๆได้อย่างลงตัว ซึ่งขนาดของสนามบินของปายนี่ขนาดเล็กจริงๆ แต่ก็สะดวก เรียบง่าย ซึ่งหลังจากเราลงเครื่องได้ไม่ถึง 5 นาที กระเป๋าสัมภาระก็ถูกลำเลียงมาถึงมือเรา พร้อมพนังงานของโรงแรมและรถก็มารอรับเราอยู่ที่สนามบินปายแห่งนี้แล้ว | Montis Resort ซึ่งเพิ่งเปิดตัวรีสอร์ทในแนวป่าซาฟารีในเมืองปาย ก็เป็นที่พักที่น่าสนใจอีกแห่งเมื่อมาเยือนปายครับ และก็ห่างจากสนามบินปายไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้น รวมถึงห่างจากถนนคนเดินที่ทุกคนต้องไปเยือนไม่เกิน 5นาทีครับ ใกล้มากๆ สะดวกจริงๆ | หน้ารีสอร์ทก็มียีราฟไม้สองตัวยืนต้อนรับผู้มาเข้าพักของ Montis Resort แห่งนี้ | เมื่อย่างก้าวเข้ามาสู่รีสอร์ทแห่งนี้ ก็จะได้ความรู้สึกภูเขา ซึ่ง Montis ก็แปลว่า " ภูเขา " นั่นเอง | บรรยากาศในรีสอร์ทถูกออกแบบไว้อย่างมีเสน่ห์ โดยออกแบบวิลล่าทั้งหมด 22 หลังและแบบสวีทอีก 6 หลัง ทุกหลังออกแบบเป็นบ้านพักหลังคาโค้งมน และใช้ผนังปูนสีส้มน้ำตาลที่เข้ากันได้ดีกับสภาพแวดล้อมของปายได้เป็นอย่างดี | บรรยากาศสบายๆของสระน้ำ ที่พิเศษมากๆคืออุณหภูมิของน้ำที่นี่จะอบอุ่นเสมอ เพราะถูกตั้งความร้อนไว้ที่ 36 องศา ซึ่งทำให้คุณสามารถแช่น้ำชมดาวได้ในช่วงที่หนาวสุดของปีได้อย่างสบายๆเลยทีเดียว หรือจะเป็นช่วงใดก็สร้างความสบาย เพลิดเพลินได้ทุกเวลา | มุมพาโนรามาของที่ Montis Resort นับว่าเห็นได้ทั้งต้นไม้สีเขียว พร้อมกับภูเขา และเส้นขอบฟ้าได้เลย | ใครๆมาแล้วก็คงต้องชอบบรรยากาศที่ทำให้สัมผัสได้กับธรรมชาติของปายได้อย่างใกล้ชิด | เดินชมวิวได้พักใหญ่ๆหลัง Check In พักใหญ่ ก็พร้อมที่จะเดินทางไปยังห้องพักครับ ซึ่งห้องพักที่นี่ก็มี 2 โซนให้เลือก ก็คือ โซน Rain Forest และ โซน Savanna | รถกอล์ฟไฟฟ้าที่เจ้าหน้าที่ของ Montis ก็จะพาไปส่งที่ห้องพัก | เส้นทางเล็กๆที่พอดีให้กับรถกอล์ฟแล่นผ่านได้ก็จะพบกับบรรยากาศบ้านพักเก๋ๆสไตล์ถิ่นเมืองหนาวอยู่สองข้างทางเลยครับ | วิวสองข้างทางในรีสอร์ทแห่งนี้ ก็ดูสวยงามแปลกตา บวกกับฟ้าโปร่งโล่ง รู้สึกเพลินตาดีครับ | สภาพแวดล้อมถูกออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนมาเที่ยวป่าซาฟารีจริงๆ | ไม่ถึง 2 นาที รถกอล์ฟก็มาส่งถึงห้องพัก พร้อมสัมภาระของพวกเรา | บรรยากาศโปร่งโล่งภายในห้องพักแบบวิลล่าที่เมื่อได้เข้ามาแล้วก็รู้สึกสบายจากแอร์เย็นฉ่ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องวิลล่าแห่งนี้ | LCD TV พร้อมเครื่องเล่น DVD รวมทั้ง Cable TV ให้เลือกชมหลากหลายรายการตามใจชอบ | เตียงนอนที่เลือกใช้เตียงคุณภาพจาก Omazz ที่ทำให้นอนหลับได้อย่างสบายที่สุดขณะเที่ยวปาย | ห้องน้ำก็กว้างขวาง พร้อมสรรพครับ | ใครชอบความสบายขณะพักผ่อนยามเที่ยวปาย ก็คงไม่มีคำว่าผิดหวังเมื่อเลือกเข้าพักที่ Montis Resort ครับ | หายเหนื่อยจากการเดินทางแล้ว ก็เตรียมตัวเที่ยวปายกันดีกว่า กล้อง , แว่นตา อย่าลืมๆ | วิวสวยที่มองลอดหน้าต่างภายในห้องออกไปด้านนอก เห็นวิวสวยของรีสอร์ทและเทือกเขาที่ล้อมเมืองปายครับ | ภายนอกวิลล่า ก็มีเก้าอี้นั่งสบาย และศาลานอนเล่น ให้ได้นั่งเล่นในยามเช้าหรือค่ำคืนได้สบายๆ ยิ่งอากาศยามเย็นในตอนกลางคืน ก็สามารถนอนเล่นดูดาวได้สบายๆเลยทีเดียว | ทางเดินไม้ที่จะพาเราไปสู่ Montis Restaurant ที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านต้นไม้ในป่าครับ | ตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศของ Montis Resort อย่างลงตัว มื้อเช้าก็มีบุฟเฟต์ และสำหรับมื้ออื่นๆก็แวะมาชิมอาหารอร่อยๆได้ที่นี่ แต่ผมขอแนะนำให้เก็บพื้นที่ของกระเพาะไว้เติมความอร่อยของอาหารในเมืองปายกันดีที่สุดครับ | ตกแต่งคุมโทนไว้ในสีไม้และเอิร์ธโทน โคมไฟ ก็ประดับด้วยแชนเดอเลียร์ไม้ ดีไซน์พิเศษไม่เหมือนใคร | จริงๆหาไม่อยากออกไปไหน ก็หาของอร่อยทุกอย่างได้ที่นี่เลยล่ะครับ แต่ก็ไม่แนะนำให้ทำตัวขี้เกียจขนาดนั้น | อาหารเช้าที่นี่มีไม่มากชนิดให้เลือกนัก มีขนมปังปิ้ง แยมผลไม้ ไข่ดาวทอด สลัด นม น้ำผลไม้ แต่ก็แนะนำว่า ทานข้างนอกน่าสนใจมากกว่า เรียกว่า ชิมเป็นพิธีละกันครับ ไม่งันเดี๋ยวจะพลาดของอร่อยทีเด็ดของปายนะครับ | ตกแต่งสไตล์เก๋ๆภายใน Montis Restaurant | วัสดุไม้ที่นำมาประดับตกแต่งให้ความสวยงาม แปลกตา มีดีไซน์ที่ลงตัวครับ | ทางเดินออกจาก Montis Restaurant ที่สามารถเดินลงไปยัง Lobby ของ Montis และเชื่อมต่อไปยัง Montis Cafe' ได้อีกด้วย | Montis Cafe' ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของรีสอร์ท ที่มีบริการ กาแฟต่างๆ เครื่องดื่มหลากหลาย และขนมเค้ก รวมถึงอาหารจานเดียว ให้กับแขกผู้เข้าพักและคนนอกที่แวะผ่านไปผ่านมาได้อีกด้วยครับ | กิจกรรมใน Montis Resort มีมากมาย ไม่ว่ากิจกรรม ยิงธนู ที่มีสนามให้เราได้ทดสอบความแม่นยำ หรือจะปั่นจักรยานเล่นรอบๆรีสอร์ท หรือยืมปั่นไปเที่ยวปายก็ได้ และยังมีห้อง Fitness สำหรับผู้รักสุขภาพอีกด้วย | ผ่านรั้วประตูไม้นี้แล้ว ก็จะออกจาก Montis Resort ผ่านเส้นทางเล็กๆไปสำรวจเมืองปายกันได้แล้ว | พร้อมลุยเมืองปายแล้ว แต่เรายังต้องการพาหนะที่ทำให้เราเที่ยวปายได้อย่างสนุก ได้สัมผัสปายได้คล่องตัวที่สุด นั่นคือ......... | รถเครื่อง หรือ มอเตอร์ไซค์ครับ ที่ปาย มีร้านให้เช่าร้านใหญ่สุดอยู่ร้านเดียว แนะนำให้เลือกรถเช่าจากร้านนี้ครับ ร้าน AYA ที่รถเค้าจะเยอะมาก และเป็นรถใหม่ และที่สำคัญ ราคาถูกมากๆ ค่าเช่าเพียง 100 บาท / วัน หากรวมค่าประกันรถเสียหาย อีก 40 บาท และ อีก 40 บาทสำหรับค่าประกันรถหาย ก็จะคิดรวมเพียงวันละ 180 บาท ครับ อย่าลืมนำบัตรประชาชน หรือใบขับขี่ หรือ Passport สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติครับ ร้านนี้อยู่กลางถนนคนเดินของเมืองปายเลยครับ หาง่ายมากๆ | หลังจากได้รถมอเตอร์ไซค์เช่าจากร้าน AYA เรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมตัวเป็นเด็กแว้นเต็มตัวกันเถอะครับ ผมก็มือใหม่หัดขับก็ยังสนุกในการขับรถเครื่องเที่ยวปายเลย และจุดแรกที่แวะจอดก็คือ Coffee in love ที่ใครๆมาเยือนปายก็ต้องแวะให้จงร้านนี้นับว่าเป็นร้านกาแฟฮิตติดชาร์ทของนักท่องเที่ยวปายแทบทุกคน | ชื่อร้านนี้ ดังจากปายมาถึงกรุงเทพเลยทีเดียว " Coffee in Love " แห่งนี้ที่เด่นด้วยที่ตั้งทำเลมุมสูง ณ หลักกิโลเมตรที่ 95 บนเส้นทาง 1095 เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ทำให้มองเห็นเมืองปายในหุบเขา ที่เป็นจุดขายของร้านนี้ครับ Coffee in Love บริการทุกวันตั้งแต่ 06.00 - 18.00 น. สอบถามเพิ่มเติม 086-500-0899 | Coffee in Love ที่นำเสนอรายละเอียดน่ารักๆผ่านโลโก้ มุมต่างๆของร้าน เริ่มตั้งแต่ป้ายหน้าร้าน ป้ายเพ้นท์เป็นลายต้นไม้และหัวใจ และตู้ไปรษณีย์สีแดงสด ม้านั่งยาวสีขาว และโต๊ะนั่งสีขาวภายในร้าน ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นจุดถ่ายรูปที่โดนใจของผู้มาเยือนปาย ใครมาก็ต้องแวะเก็บภาพความทรงจำดีดีกันที่นี่แน่นอน | จักรยานที่ทางร้านมาตั้งไว้เก๋ๆให้โพสถ่ายรูปกันขณะเดินจิบกาแฟ เครื่องดื่มภายในร้าน | ลูกค้าเยอะจริงๆ รอต่อคิวกันซื้อเลยทีเดียว โต๊ะนั่งวิวดี ก็นับว่าหายากเอาการในช่วงวันเสาร์บ่ายๆอย่างนี้ แต่มาถึงแล้วต้องสั่งสักแก้วชิมกาแฟร้าน Coffee in love สักแก้วครับ แต่ลูกค้าบางส่วนก็มาซื้อเพื่อไปทานกาแฟกันบรถก็มี แล้วแต่ว่าใครมีเวลาอิสระมากน้อยต่างกัน หนหน้ามาปาย เตรียมเวลามาเยอะๆด้วยนะครับจะได้ไม่ต้องรีบร้อน บางคนแนะนำว่ามาปายอย่างน้อยมานอนที่นี่ให้ได้ 5 คืนเลย ไม่ต้องไปแวะไหนใดๆอยู่ปายที่เดียวเลย | กาแฟปั่นของ Coffee in Love อยู่ในมือผมแล้ว ฮ่ะ ฮ่า จะอร่อยมากน้อยเพียงไรหนอ ? ต้องลองชิมดูแล้วล่ะครับ | ตามด้วยเค้กช็อคโกแลตสักชิ้น .... อื้ม... ชิมแล้ว เนื้อแน่น ส่วน Topping แข็งจริงๆ แต่รสชาติสอบผ่านครับ | กาแฟจะอร่อยเพิ่มขึ้นหากบรรยากาศดี อันนี้คงจริง เพราะแม้แดดจะยังแรงในช่วงบ่ายแต่ได้จิบกาแฟปั่นเย็นๆ และมีลมเย็นๆ บวกกับวิวสวยๆของธรรมชาติเมืองปาย ก็ทำให้กาแฟแก้วนี้อร่อยได้ดีเลยทีเดียว | ร้าน Coffee in Love นี่พื้นที่กว้างขวาง เดินเล่นชมวิวได้พอสมควร ก็พร้อมออกไปจุดหมายต่อไป ด้วยเวลาทำการของร้าน Coffee in Love แล้ว คุณสามารถเลือกแวะมาที่นี่ได้ตั้งแต่เช้า ซึ่งก็จะได้ชมเช้าอันสดใส พร้อมกลิ่นกาแฟหอมๆของที่นี่ได้ | ตรงทางออกก็มีซุ้มขายของที่ระลึกของร้าน Coffee in Love ด้วย มีหลากหลายครับ อันนี้ก็เป็นถ้วย Mug ที่เป็นรูปบ้านสีมัสตาร์ด ซึ่งมีชื่อว่า " บ้านปายฟ้า ปายฝัน " ที่เปิดบริการเป็นบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยวอินเลิฟทั้งหลายด้วยครับ | นอกจากนี้ยังมีโปสการ์ด เสื้อ และอื่นๆอีกมากมายให้เลือกซื้อ | จะเขียนโปสการ์ดแล้วปั๊มตรายางลงไปที่โปสการ์ดเลยก็ได้ครับ ที่หน้าร้านก็มีตู้ไปรษณีย์ให้พร้อมส่งได้อย่างสะดวกเลย .... ลองปั๊มมือเล่นๆก็เป็นลายที่เห็นครับ | แว้นกันต่อดีกว่าครับ ขับมอเตอร์ไซค์ไปยังถนนที่รถยนต์ไม่เยอะนัก ผ่านวิวสวยๆ สัมผัสธรรมชาติเมืองปายอย่างช้าๆ ไม่ต้องรีบเร่ง และผ่านร้านค้า รีสอร์ท ที่พักอยู่สองข้างทางออกไปไม่ถึง 10 นาทีก็จะถึง สะพานประวัติศาสตร์ ที่แนะนำว่า ห้ามพลาด !!! มาแวะถ่ายรูปเดินเล่น เก็บบรรยากาศกันที่นี่สักหน่อย | และนี่ก็คือสะพานข้ามแม่น้ำปายแห่งแรกที่ญี่ปุ่นเกณฑ์ชาวเมืองให้สร้างสะพานนี้ขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธไปสู่พม่า และเมื่อสงครามสงบลง สะพานแห่งนี้ก็เป็นเพียงสะพานไม้ที่ใช้สัญจรของผู้คนเมืองปาย เวลาผ่านไปสะพานไม้แห่งนี้ก็เริ่มทรุดโทรม | จนมีการขอโครงสร้างเหล็กจากสะพานนวรัฐที่เชียงใหม่มาเสริมประกอบกับสะพานไม้เดิม กลายเป็นโครงสะพานสีเขียว คล้ายสะพานพุทธ ดังที่เราเห็นได้ในปัจจุบัน สะพานนี้เป็นเหมือนประตูด่านแรกก่อนเข้าสู่อำเภอปาย | แนะนำให้จอดรถไว้ข้างทางแล้วค่อยๆเดินชมบรรยากาศรอบๆอย่างช้าๆ อาจเหลียวมองแม่น้ำปายข้างๆหรือฝูงสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านที่อยู่เบื้องล่าง ได้ความชิลล์แน่นอน | สะพานนี้มีความกว้างขนาด 5.2 เมตร ยาว 200 เมตร ที่มีที่มาที่ไปน่าสนใจ และถูกสร้างเสริมแทนสะพานไม้เดิมที่ผุพัง ทรุดโทรมจากอุทกภัย |
โครงเหล็กจากสะพานนวรัฐที่เดิมอยู่ที่เชียงใหม่
และถูกย้ายมาเสริมเติมเป็นสะพานข้ามแม่น้ำปายในปัจจุบัน ชาวเมืองเรียกสะพานี้ว่า " ขัวเหล็ก " (คำเมือง " ขัว " แปลว่า สะพาน) |
มาปายต้อง " แว้น " อันนี้แนะนำจริงๆ เพราะจะเช่ารถเก๋งขับก็ไม่สนุก เช่าจักรยานก็เหนื่อยเกิน เพราะรถเครื่องหรือมอเตอร์ไซค์ เหมาะที่สุด แต่ละจุดหมายก็ไม่ได้ใกล้ขนาดปั่นจักรยานแล้วไม่เหนื่อย แถมยังมีขึ้นเขา ลงเขาเป็นระยะๆ คอนเฟิร์มว่ามาเที่ยวปาย ต้องหัดแว้น ผมเองก็ไม่เคยขับมอเตอร์ไซค์ที่กรุงเทพมาก่อน เคยแต่นั่งซ้อน มานี่แล้วก็ตื่นเต้นแรกๆ แต่ชักสนุกติดใจซะแล้วในการเป็นเด็กแว้นในเมืองปายแห่งนี้ 555 | บ่ายแก่ๆข้างๆสะพานข้ามแม่น้ำปายที่จอดรถเครื่องไว้ ก็แวะถ่ายรูปดอกหญ้าสวยๆ ย้อนแสงตะวันที่รอลับของฟ้าอยู่ในอีกไม่ช้านาน | เส้นทางกลับไปยังเมืองปาย ถนนสวนเลน ขับรถมอเตอร์ไซค์ก็ต้องดูกระจกมองข้างหน่อย เผื่อรถเก๋งวิ่งแซงขวามาน่ะครับ แต่ก็นานๆผ่านไปคันครับ เมืองปายนี้ สงบดีแบบนี้เอง |
และที่นี่ก็มีร้านกาแฟที่มีชื่อแปลกหูว่า "
Coffee Tea Sapan " หรือได้เสียงว่า คอฟฟี่ ที่ สะพาน นั่นเอง
!
หน้าร้านก็มีจุดเด่นเป็นบุรุษไปรษณีย์ชื่อลุงปอน และรถจักรยานคันแดง และตู้จดหมายไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเล่น |
จากสะพานประวัติศาสตร์ก็เดินมายังร้านกาแฟ Coffee Tea Sapan ได้เลย บรรยากาศเป็นบ้านไม้สองชั้น พร้อมลานโล่งๆ มีที่นั่งนอกร้านให้ได้กินลม ชมบรรยากาศของวิวสะพานข้ามแม่น้ำปายแห่งนี้ด้วย เป็นที่แวะนั่งพัก ชิลล์กับวันช้าๆขณะเที่ยวปายได้ดีครับ หรือจะสั่งอาหารทานกันก็มีร้านติดๆกับร้านกาแฟชื่อร้าน Sa-Pan-Pai ครับ ลองดูเถาปิ่นโตหน้าร้านก็ได้คัรบ หากสั่งอาหารร้านนี้ก็จะเสริฟอาหารลงในถาดของปิ่นโตเลยครับ เก๋ไม่ซ้ำใครจริงๆ เดินเข้าทางเดียวกับร้าน Coffee Tea Sapan ได้เลย | ตกแต่งโทนไม้ แนวไทยๆ โล่งสบายๆ มีมุมให้เลือกนั่งหลายมุม ทั้งในร้านและนอกร้านครับ | เชิญแอ๊คท่าถ่ายรูปกับลุงปอน บุรุษไปรษณีย์แห่งบุระลำปาย มาแล้วรู้เลยว่าคุณมาถึงร้าน Coffee Tea Sapan แล้ว และเถาปิ่นโตยักษ์นี้ก็ชวนให้หิว ใครเริ่มหิวแล้วก็เดินหาความอร่อยไปทางซ้ายมือได้เลย ร้าน Sa-Pan-Pai ร้านบรรยากาศโปร่งโล่ง 2 ชั้น ตั้งติดกับแม่น้ำปาย รอบข้างล้อมด้วยทุ่งดอกไม้และสระน้ำ และกังหันเล็กสร้างบรรยากาศให้กับมื้ออร่อยในจานปิ่นโตเถาเล็กได้เลย โทรสอบถาม 053-065-725 | ร้านนี้ก็เปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้ายันสี่ทุ่มครึ่งครับ โทรสอบถามได้ที่ 053-065-726 | เลือกเครื่องดื่มของร้าน Coffee Tea Sapan ได้เลย..... เวลาเย็นขนาดนี้ จะสั่งกาแฟเดี๋ยวจะช่วยให้นอนไม่หลับ เลยจัดช็อคโกแลตปั่นสักแก้วแทนกาแฟท่าจะดีครับ | ช็อคโกแลตปั่น... รสชาติสุดยอด หอมช็อคโกแลตมากๆครับ เห็นกลางถ้วยไหมร้าน Coffee Tea Sapan เค้าสาดราดช็อคโกแลตเข้มข้นเพิ่มความอร่อยให้กับช็อกโกแลตปั่นแก้วนี้ได้ยอดเยี่ยม ร้านนี้แนะนำให้มาสั่งทานจริงๆ ไม่มีผิดหวังในรสชาติ ไม่เว้นแม้แต่ Boom White ปั่นครับ เป็นกาแฟ ใส่ White Chocolate ราดคาราเมลลงไปด้วย หอมอร่อย รสชาติดี อย่างที่หาทานได้ยากในกรุงเทพด้วยซ้ำครับ ใครชอบทานกาแฟ ยังไงก็ไม่ควรพลาดร้านอร่อยร้านนี้จริงๆครับ | ลานที่นั่งนอกร้านของ Coffee Tea Sapan ที่มองเห็นสะพานข้ามปาย และเขาที่อยู่ล้อมรอบ และถัดไปก็เป็นร้านอาหาร Sa-Pan-Pai ที่เสริฟอาหารในปิ่นโตเถาเล็กน่ะครับ บรรยากาศเจ๋งดีครับ ยามเย็นลมเย็นก็ทำให้หนาวได้เหมือนกัน | จากสะพานประวัติศาสตร์ ตรงร้าน Coffee Tea Sapan ขับไปไม่ไกลตามทางเข้าเมืองปาย ทางซ้ายครับ อย่าลืมแวะจุดนี้ ไปชมความสวยงามน่าทึ่งแบบธรรมชาติกันที่ " กองแลน " หรือ Pai Canyon | ปายแคนยอน... หรือกองแลน ที่เดินและปีนขึ้นไปจากถนนด้านล่างไม่กี่อึดใจ สัก 50 เมตร พอดีเมื่อย ก็จะพบความสวยงาม น่าอัศจรรย์ของผืนดินที่ถูกกันเซาะเป็นร่องลึกคล้ายหน้าผาสูงลิบทอดยื่นออกไปสู่หุบเหวลึก ใครใจกล้าก็ท้าให้มายืนถ่ายรูปมุมสวยแต่หวาดเสียวได้ที่นี่ได้เลย | เส้นทางขึ้นและทางเดินค่อนข้างชัน แต่ก็คุ้มที่จะเดินปีนขึ้นไปชมวิวสวยๆจริงๆ ณ จุด Pai Canyon นี้ ยิ่งหากได้ไปยามพระอาทิตย์ใกล้ตก จะพบแสงสีทองทอทาบลงบนทิวเขากระทบต้นไม้ ชายเขาได้สวยงามจริงๆ ต้องมาดูให้ได้ด้วยตาตัวเองนะครับ อย่าเพิ่งรีบเชื่อผมล่ะ | วิวสวยบน Pai Canyon ที่ชื่อตั้งได้เท่ห์จริงๆ แต่ชาวบ้านเรียก " กองแลน " นะ | ยังไม่ได้ชมเรื่อง ปาย อิน เลิฟ เลยไม่แน่ใจว่าโลเคชั่นนี้เป็นสถานที่ถ่ายหนังเรื่องนี้ไว้สวยงามมากน้อยเพียงไร แต่ก็ไม่แปลกใจเพราะที่นี่ Pai Canyon สวยจริง เหลือเชื่อ ตอนขับรถจอดอยู่ด้านล่างก็ไม่ได้คิดว่าจะเจอวิวสวยๆแบบนี้รออยู่ข้างบน | พอแสงอาทิตย์เริ่มจางหาย บรรยากาศแห่งความคึกคักก็กลับคืนมาสู่ปาย อย่างถนนคนเดินในเมืองปาย ซึ่งถนนจะถูกปิดให้ผู้คนได้เดินกันตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป แม้ร้านค้าบางร้านอย่าง ร้านอาหาร ขายโปสการ์ด ขายของที่ระลึก จะเปิดร้านในตอนกลางวันบ้าง แต่ตอนกลางคืนถนนนี้จะคึกคักมากขึ้นหลายเท่าทวีคูณเลย | ต้นถนนตอนต้นชั่วโมงเปิดความคึกคักของ ถนนคนเดิน ในปาย ฟ้าเริ่มลดแสง อากาศเย็นเริ่มครอบคลุมพื้นที่ปายให้เย็นสบาย สร้างบรรยากาศสุขกาย สบายใจให้กับผู้คนได้เดินเล่น เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสิ่งของจากร้านค้า แผงลอย หรือแผงที่วางขายกับพื้น | การเดินเที่ยวในถนนคนเดินของปายในช่วงปลายปี หรือช่วงต้นๆปี ได้บรรยากาศดีเยี่ยมกว่าฤดูอื่นๆ เพราะสายลมพัดพาความเย็น ชวนให้เลือกซื้อเสื้อผ้า ของทานเล่น ได้ดีนักแล | ร้านท่าช้าง ที่น่าแวะเดิน น่าแวะชม ไม่แน่มาแล้วอาจถูกใจ โดนใจ ซื้อสินค้าแนวๆจากร้านนี้กลับบ้านก็เป็นได้ | แก้วจากร้าน ท่าช้าง คาเฟ่ | ร้านค้าขนาดเล็กแนวนี้ หลายๆร้านที่เปิดตัวขึ้นในปาย เป็นเสน่ห์ของปาย เพราะที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีทุนหนาๆถึงจะเป็นเจ้าของกิจการได้ เพียงแต่เป็นผู้มีใจรัก มีไอเดียดี ก็สามารถเข้ามาเปิดร้านสวยๆเก๋ๆตามสไตล์ที่ใจรักได้เลย | ร้าน " มิตรไทย" ร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และตั้งรกรากอยู่ที่ปายมานานถึง 12 แล้วก็ถือเป็นร้านสินค้าที่ระลึกสมัยบุกเบิกเลยก็ว่าได้ ปัจจุบันมีสินค้าที่ระลึกมากมายอย่าง โปสการ์ด ที่ติดตู้เย็น เสื้อ สติกเกอร์ ที่ตั้งโชว์ เรียกได้ว่าสารพัดเลยก็ว่าได้ | หน้าร้านก็มีโปสการ์ดสวยๆให้เลือกเยอะซะจนเลือกยาก เลือกแล้วก็ไปจ่ายตังค์ได้ที่แคชเชียร์ภายในร้าน พร้อมซื้อแสตมป์ได้ด้วยเลย และหน้าร้านก็มีโต๊ะให้นั่งเขียนโปสการ์ดถึงญาติ สนิท มิตร สหาย ได้สอย่างสบายๆ | ปากกาลูกลื่น ปากกาสีสัน สีไม้ ที่ประท้บตรายาง มีวางไว้พร้อมสรรพ นั่งขีดๆเขียนๆเตรียมที่อยู่ของผู้รับไว้ด้วยยิ่งดี จะได้ทันใจในการส่งโปสการ์ดจากปายไปยังเพื่อนฝูงได้เลย นับเป็นกิจกรรมที่ควรทำยามมาเยือนปายครับ | ทางร้านก็ขอความเห็นใจในการชำร่าโปสการ์ดและแสตมป์ก่อนนำไปเขียนแล้วส่ง ครับ คงเจอลูกค้าเขียนแล้วลืมจ่ายตังค์หลายรายแน่ๆ | ร้าน Pai Post ซึ่งตอนกลางวันเป็น Gallery พอตกเย็นก็ปรับกลายมาเป็นร้านนั่งดื่ม นั่ง drink พร้อมมีวงดนตรีเล่นสดให้ฟัง .... บรรยากาศช่วงเริ่มเปิดครับ | แวะผ่านมาอีกครู่ใหญ่ ผู้คนก็แน่นคึกคักเต็มร้านเลย พร้อมดนตรีหลากแนว ทั้ง Jazz , Bossanova | น่านั่งที่สุดก็คงเป็นร้าน Pai Post นี่แหล่ะครับ นักร้องก็ร้องได้ดี ถูกใจนักเที่ยวชาวไทยชาวต่างชาติ | ความสนุกเริ่มต้นตอน 7 โมงเย็น ณ Pai Post | ร้านขายของที่ระลึกข้างๆกันครับ แทรกตัวกับบรรยากาศย้อนยุค กับสินค้าชวนระลึกถึงสมัยวัยเด็ก | สินค้าหลากหลายมากมาย ภายในร้าน ประถม 1 ครับ | ร้าน MU (มู่) ร้านนี้ขายเสื้อคุณภาพดี สกรีนสวย แถมมีหลายสี หลายไซร์ให้เลือกซื้อ สินค้าร้านนี้เค้ามีเยอะมากมาย ลานตาน่าซื้อฝากเป็นยิ่งนัก พวงกุญแจ กระเป๋าผ้า โปสการ์ด สติกเกอร์ ที่ติดตู้เย็น .... สารพัดจริงๆครับ | พวงกุญแจสวยๆจากร้าน MU (มู่) ครับ หลังจากเลือกซื้อสินค้าจากร้านแล้ว จะได้รับถุงกระดาษใส่สินค้า ก็ยังนำไปประทับตราร้านเป็นสัญลักษณ์ได้อีกด้วยนะครับ แต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์กันจริงๆ | ไม่ได้มีแต่สินค้าซื้อขายระหว่างสองข้างทาง คุณยังเลือกที่จะร่วมบริจาคทำบุญกิจกรรมช่วยเด็กท้องถิ่นกับตำรวจท่านนี้ได้ | ร้าน ฟรีฟอร์ม ที่เปิดทั้งในช่วงเวลากลางวันและยามค่ำคืนบนถนนคนเดิน ซึ่งมีสาขาแรกอยู่ที่เชียงใหม่ และมีสำนักพิมพ์ออกหนังสือท่องเที่ยว หนังสือแปล น่าอ่านจำหน่ายแม้ในกรุงเทพด้วย ร้านนี้เสื้อสวย ผ้าเนื้อดีมีคุณภาพมากๆ | ร้านเล็กๆแต่จัดสินค้าได้เป็นระเบียบ แสงสวย น่าแวะชม เลือกซื้อสินค้าได้เลย ณ ร้านฟรีฟอร์มแห่งนี้ พนักงานก็อัธยาศัยดีจริงๆ | แผนที่และหนังสือคู่มือเที่ยวปาย ก็มีขายที่ร้านฟรีฟอร์มแห่งนี้ ใครอยากเที่ยวปายแบบลึกซึ้ง เข้าใจความเป็นไปของ ปาย ก็อย่าเที่ยวแบบไร้จุดหมาย ไร้ข้อมูลนะครับ เดี๋ยวจะพลาดสิ่งดีดีขณะเที่ยวเมืองปายไปอย่างน่าเสียดาย | บรรยากาศเรียบง่าย ท่ามกลางหุบเขา และสายน้ำที่ไหลเอื่อย ทำให้วิธีชีวิตของผู้คนที่นี่ไม่รีบเร่ง ผู้คนอัธยาศัยดี เป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ของเมืองปาย จนมาเป็นดีไซน์เสื้อสวยๆของร้าน ฟรีฟอร์ม เค้าล่ะครับ | ร้านนั่งดริ้งค์บรรยากาศชิลล์ๆสไตล์ Almost Famous ที่เปิดตัวมานานกว่า 30 ปีแล้ว | ร้านเล็กแต่ค่ำๆผู้คนก็เต็มร้านเหมือนกันครับ | ไข่อะไรนะ ไข่ป่าม เนี่ย... ชื่อไม่คุ้นหูเอาซะเลย อย่างงี้ต้องชิมๆ | เดินๆก็เริ่มหิว... ริมถนนก็มีป้าแก่ๆตั้งขายไข่ป่ามอยู่ ดูแล้วก็น่าสนใจ ไข่ในใบเตย ใส่ไก่ปิ้งอยู่บนเตาร้อนๆ ท่ามกลางอากาศหนาวของถนนคนเดินแบบนี้ ลองชิมสักหน่อยครับ อื้ม... ป้าเจ้าของร้านแนะให้เหยาะซ้อสภูเขาทองและโรยพริกไทยสักหน่อยก่อน ..... อร่อยเหมือนกันแฮะ | สารพัดชนิดของขนมจีน ที่ใครชอบทานก็น่าลองนั่งยองๆ(เหลา)ชิมดูเหมือนกัน | ง่ายๆ สบายๆ ช้าๆ ไม่ต้องรีบ สไตล์ปายครับ | Hip แบบนี้สิครับ มาถึงปายแน่นอนแล้ว ขายไอเดียดีดี น่าสนใจในราคาที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว :-) | ร้านแผงที่ไม่ต้องใช้ทุนมากมาก แต่เปี่ยมไปด้วยไอเดียชวนซื้อ | เครื่องดื่มมึนเมา ของดังของทางเหนือต้อง หมาใจดำ ครับ รสชาติใหม่เป็นกลิ่นกล้วย หายากที่กรุงเทพ ใครมาเที่ยวเหนือ สนใจก็จัดปายสักขวดสองขวดก็ไม่ผิดกติกา | หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขา ปาย ก็ตกแต่งเป็นฉากถ่ายรูปสุดเก๋น่ารักๆให้เข้ากับบรรยากาศเมืองปายได้เป็นอย่างดี | เสื้อยืดสวยๆอีกร้าน " ชบามาปาย " | สีสัน ลวดลาย คงโดนใจหลายคน ซื้อใส่เอง ซื้อฝาก กันได้ครับ | โรตีร้านนี้คิวยาวมากๆ เดินผ่านตั้งสองคืน ไม่ได้ชิมสักคืน เพราะ คิวยาว แต่คนขายก็ค่อยๆไป ไม่ตั้งใจกินจริงๆคงไม่รอแน่ๆ แต่ก็รับประกันความอร่อยได้จากจำนวนผู้ต่อแถวเข้าคิวรอแน่นอน | ศิลปะ บน ศิลปิน ... ใครชอบสาดสี ทาสี เชิญเลยครับ ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปผ่านมาบนถนนคนเดินของปายได้เป็นอย่างดี หลายคนก็ยืนแอ๊คท่าตลกๆกับเค้าผู้นี้กันเยอะแยะเลยทีเดียว | สีสันบนถนนคนเดินในปายครับ | กาแฟรถโฟล์คที่มาแล้วต้องลองสั่งชามะนาวที่ได้รสชาติเข้มข้นชื่นใจเป็นที่สุด นึกดูก็น่าแปลกใจดีที่ว่ากว่ารถโฟล์คคันนี้จะมาถึงที่ถนนคนเดินในปายได้ก็คงต้องผ่านโค้งหลายร้อยโค้งเชียว ร้านนี้ | ลีลาการนั่งชงเครื่องดื่มภายใน Coffee Mobile สีส้มจี๊ดคันนี้ แสงสี อุปกรณ์พร้อมครบครัน รับประกันความอร่อย | ยิ่งได้เห็นวิธีการชงอย่างใกล้ชิดด้วยแล้ว มั่นใจได้ว่าความอร่อยเต็มแก้วเลยทีเดียว เจ้ารถ Coffee Mobile คันนี้ก็เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวปายในย่านถนนคนเดินในยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี แช๊ะถ่ายรูปแล้วอย่าลืมจิบเครื่องดื่มร้านเค้าหน่อยนะครับ | ร้าน ละเลียด อิน ปาย มองเห็นจากปายซอยก่อนสุดถนนคนเดิน จัดร้านได้ชวนแวะเข้าไปเยี่ยมชมความเป็นไปเป็นมาของร้านดีจริงๆ แสงสี บรรยากาศทำให้หลายคนต้องเดินตามแวะเข้าไปที่ร้าน ละเลียด อิน ปาย แห่งนี้ครับ | มุมนี้อยู่นอกร้านเจ้าของร้าน " พี่เอ๊ะ " หนุ่มกรุงเทพที่ย้ายรกรากมาอยู่ปายอย่างถาวรก็ตกแต่งประดิษฐ์ทุกอย่างเองอย่างลงตัวสวยงามไม่ว่าโต๊ะ เก้าอี้ และต้นไม้แปลกตาที่หาซื้อขนมาจากกรุงเทพ พี่เค้าเป็นนักเล่นต้นไม้ตัวยงเลยทีเดียว และเข้ามาในร้านนี้จะได้กลิ่นหอมเย็น Peppermint จากเตาน้ำมันระเหย ชื่นใจสบายใจจริงๆ | ร้านนี้มีกาแฟ ชา จำหน่ายให้นั่งชิล ขณะเลือกชมสินค้าในร้านไปพลาง หรือจะนั่งเขียนโปสการ์ดถึงคนสนิทรู้ใจที่นี่ก็ได้ สินค้าถูกจัดวางในบรรยากาศที่ดีจริงๆ พี่เค้าเปิดเพลงช้าๆเพราะๆได้บรรยากาศดีเข้าไปอีก | มาถึงแล้วไม่อยากเดินออกไปเลยซื้อสมุดโน้ตเล่มสีเขียวที่เขียนว่าปาย คล้าย Passport มาเล่มนึงแล้วก็สามารถประทับตราของร้านเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย | จักรยานสีแดงตั้งเด่นอยู่หน้าร้าน ละเลียด อิน ปาย | ติดใจกับบรรยากาศร้านนี้... ได้สอบถามที่มาที่ไปเกี่ยวกับการตกแต่งร้านของพี่เอ๊ะ ก็ได้ความว่า พี่เค้ารักต้นไม้ รักการประดิษฐ์ การตกแต่ง และต้นไม้สวย พันธุ์ไม้แปลก อย่างในร้านพี่เค้า ไม่ต้องไปเดินหาที่จตุจักรเลยวันอาทิตย์ ให้ไปเดินเที่ยวหลังเที่ยงคืนของวันอังคาร รับประกันในความแปลก สวย ของต้นไม้ที่สวนจตุจักร ไว้ต้องลองไปเดินสำรวจสักหน่อยแล้วเรา | ร้านนี้อยู่เกือบปลายถนนคนเดิน หากเดินผ่านร้าน ฟรีฟอร์ม เลยไปนิดก็จะอยู่ต้นซอย เข้าไปแล้วอยู่ซ้ายมือ นะครับ ลองเดินๆหาดู | หิวกันรึยัง ใครหิวก็สามารถเลือกชิมราเมนร้อนๆจากเมืองปายได้เช่นกัน | มื้อค่ำมีร้านอร่อยมากๆแนะนำหากใครชอบใจอาหารแนวพิซซ่า ต้องร้านนี้ บ้านพิซซ่า ที่ตั้งอยู่สุดปลายถนนคนเดิน แล้วเลี้ยวขวาไปอีกนิด ร้านจะอยู่ทางด้านขวามือ ร้านนี้รับประกันเลยว่า มาแล้วไม่ผิดหวัง เพราะสูตรแป้งบางกรอบ รสชาติสุดอร่อยของร้านนี้ อร่อยกว่าร้านอิตาเลียนในกรุงเทพมากมาย | เมื่อมองเห็นป้ายก็เตรียมเล็งหาโต๊ะว่างไว้ได้เลย บรรยากาศไม่สว่างนัก เป็นร้านที่ชาวต่างชาติมานั่งทานกันเยอะ แต่อย่าได้สนใจ เพราะคนที่ชอบอาหารอิตาเลียน คงไม่แคร์สิ่งรอบข้างนัก บรรยากาศสบายๆสมกับตั้งถิ่นฐานอยู่ทีปาย | ร้าน Baan Pizza by Latina หรือเรียกง่ายๆไทยๆว่า " บ้านพิซซ่า " มีหลายโซนให้เลือกนั่งได้ตามสบายเลย เจ้าของร้านเป็นชาวอิตาเลียนแท้ Pizza บางกรอบอันเลื่องชื่อของเค้าเด็ดขาดยิ่งนัก | เลือกอาหารจากเมนูได้เลย ผมก็เล็งๆไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างงไปเลยว่ามาถึงปาย ไหงมาฝากท้องกับอาหารอิตาเลียนซะนั่น | เมื่อสั่งอาหารเสร็จก็นั่งเพลินๆครู่นึงก็มีขนมปัง Home made ส่งกลิ่นหอม เนื้อเหนียวนุ่ม มาให้รองท้องก่อนเลย .... ชิมคำแรก โอ้โห.... นี่ขนาดขนมปังรองท้องยังอร่อยได้ขนาดนี้ | ขนมปังกระเทียม.... จานแรกที่ลองสั่งดู แป้งกรอบอร่อยมากๆ ส่งกลิ่นหอมกระเทียม รสชาติดีอย่างไม่เคยได้ทานที่กรุงเทพรสชาตินี้มาเลย อย่างกับได้ Dinner อยู่ที่อิตาลี ซะแล้วมื้อนี้ที่ปาย เหลือเชื่อๆ แต่เป็นเรื่องจริง | สลัดผักซีฟู้ด .... เสริฟด้วยความสดสุดๆ ทั้งผักอย่างดี และมั่นใจได้แล้วหลังชิมซีฟู้ดหั่นพอดีคำเข้าปาก ร้านเค้าสุดยอดที่คัดสรรค์สิ่งดีดีไว้เสริฟจริงๆ อร่อยจนไม่คิดว่าจะมีของดีแนวอิตาลีเยี่ยงนี้ที่ปาย | พระเอก Main Course มาแล้ว จริงๆร้านนี้เค้าดังคือ White Pizza ที่รวมชีสหลากชนิดโรยและอบบนแป้งพิซซ่าบางกรอบ แต่ผมใจรักพวกซีฟู้ด แต่ก็แอบเพิ่ม Ham ลงไปสักหน่อย หน้าตาออกมาอย่างที่เห็น ดูขนาดใหญ่โต เค้าไม่หั่นให้ด้วย ยังงี้ก็ต้องหั่นๆเอาเองจะได้ขนาดตามใจเรา | รับประกันเลยว่าหากคุณได้มาชิมด้วยตัวเอง แล้วไม่อร่อยมาต่อว่ากันได้เลยจริงๆ สุดยอดพิซซ่าแห่งปายหรือตั้งแต่ที่ได้กินในกรุงเทพมาเลยก็ว่าได้ว่าร้านนี้ ไม่เป็นสองรองพิซซ่าเจ้าใดครับ !!! ฟันธง !!! | รอบิลเก็บตังค์ ราคาอาหารที่ปาย ไม่แพง อย่าได้หวั่นครับ ที่นี่ราคาไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวดี คุณภาพ กับราคา รับได้สบายใจ | คิดแล้วยังอยากกลับไปแวะทานพิซซ่าร้านนี้อีกจริงๆ ใครมาเที่ยวปาย แล้วมาไม่ถูก ลองโทรสอบถามที่ตั้งของร้าน Baan Pizza ได้ที่ 089-615-0212 | ที่ถนนคนเดิน อย่าแปลกใจที่จะเห็นฝรั่งต่างชาติเดินทาง นั่งทาน อาหารพื้นบ้านของเราเยอะเลย บางคนก็ลองสั่งผัดไท บางคนก็นั่งชิมก๋วยเตี๋ยว อย่างที่เห็นครับ | ขากลับก็เดินจากท้ายถนนมายังต้นถนน ก็ยังเห็นของฝากสารพัด ทุกอย่างที่เป็นปาย มีคำว่า " ปาย " ล้วนขายได้ทั้งนั้นจริงๆ | อะไรก็ปายจริงๆอย่างที่บอก เห็นไหมครับ ? | หรืออยากทานมื้อเย็นเป็นอาหารไทยก็ลองสั่งร้าน Pai Country ก็ได้ อาหารอร่อย ปลาทับทิมก็สด | อาหารไทยๆอร่อยๆ เนื้อแดดเดียว , ปลาทับทิมทอดกระเทียม , สุกี้แห้งกุ้ง , ผัดผัดกุ้ง , แฮมเบอร์เกอร์เนื้อ อร่อยทุกจานที่ร้าน Pai Country ณ ถนนคนเดิน | และแล้วก็เดินกลับมายังต้นถนน เป็นจุดที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้ข้างๆร้าน Pai Now หรือ ปายหนาว ที่ดูแลกิจการโดย Black Canyon ตรงสี่แยกปลายหนาว ต้นถนนคนเดินของเมืองปายครับ แม้จะดึกดื่กแล้วแต่ในช่วงปลายสัปดาห์ นักท่องเที่ยวก็ยังคงคึกคักดีจริงๆ | ยามค่ำ... แต่ยังอยากอยู่ในบรรยากาศชิลของปาย ก็ขอแวะนั่งพัก ชิมกาแฟก็ดึกเกินเวลาดื่ม เลยสั่งชามะนาวมาดับกระหายสักแก้ว | ขณะรอก็สำรวจความสวยงามของร้าน ปายหนาว แห่งนี้ มีขายของที่ระลึกอีกแล้ว | ใครถูกใจ ประทับใจบรรยากาศร้านกาแฟร้านไหน ก็จัดของที่ระลึกไป เยอะจริงๆ และก็คงไม่แปลกใจแล้วล่ะว่า ทำไม คนกรุงเทพถึงได้มีเสื้อ มีกระเป๋า มีแก้วน้ำ มีโปสการ์ด มีของที่ระลึกจากปาย กันเยอะ ... บรรยากาศที่ดี และความลงตัว เป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญที่ช่วยให้เมืองนี้มีเสน่ห์ ทุกคนที่มาเที่ยวอยากจดจำ ระลึกถึงความประทับใจไว้ให้นานเท่านาน อย่างน้อยของฝาก ของที่ระลึกสักชิ้นหรือหลายสิบชิ้นก็ควรค่าแก่การซื้อกลับบ้านไม่ว่าจะฝากใคร หรือฝากตัวเองก็ตามที | บรรยากาศกว้างขวางดีเลย ถนัดมุมไหน เลือกนั่งได้ตามสบาย | มุมสวยๆที่ร้านทุกๆร้านในปาย อยากมอบความประทับใจให้กับผู้มาเยือน มาแล้วก็อย่าลืมเก็บภาพสวยๆไปอวดเพื่อนๆที่ยังไม่ได้มาเที่ยวปาย ได้เยอะเลยทีเดียว | ปายหนาว.... ได้ความหมาย ได้บรรยากาศ ให้รู้สึกถึงความหนาวเย็น ที่เป็นช่วงเวลาที่น่ารื่นรมย์ที่สุดของปายสำหรับนักท่องเที่ยว ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว | ใครๆก็รักปาย ใครๆก็คิดถึงปาย ใครๆก็จะกลับมาเที่ยวปายอีก เสน่ห์ปายแรงจริงๆ ใครที่ยังไม่เคยมา ต้องมาเที่ยว ไม่ว่าจะอินเลิฟ หรือ อกหักรักคุด หรือ อยากพักหาความสงบใช้ช่วงเวลาชีวิตบางส่วนอย่างช้าๆ ต้องมาเยือนปายแล้วจะรับรู้ได้ด้วยตัวเอง | กาแฟ... และความรัก เข้ากัน คล้ายกัน อย่างลงตัวในประโยคของร้าน ปายหนาว แห่งนี้ | รอติดตามชม ภาค 2 กันได้เร็วๆนี้ครับ :-) |